The Shawshank Redemption (ชอว์แชงค์ มิตรภาพ ความหวัง ความรุนแรง)

หนังเรื่องนี้ เอาใจสำหรับชาวคอหนังแหกคุก แต่อาจจะไม่ถูกใจไปซะทีเดียว เพราะตัวหนังจะเล่าถึงชีวิตของผู้ต้องขังในคุกว่ามีความเป็นอยู่และสังคมภายในเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เหมือน Prison Break ที่เนื้อเรื่องเล่าถึงการวางแผนหลบหนีจากคุกตลอดทั้งเรื่อง  หรือ Escape Plan ที่มีฉากบู๊ให้ดูเพียบ ชอว์แชงค์เป็นเรื่องของ แอน ดูเฟรนส์ (ทิม รอบบินส์) รองประธานธนาคารหนุ่ม ที่ถูกจับในข้อหาฆาตกรรมภรรยาและชายหนุ่มที่เป็นโปรกอล์ฟ ซึ่งทั้งสองคนลักลอบมีความสัมพันธ์กัน ทำให้แอนดี้ ถูกสั่งจำคุกตลอดชีวิต ที่เรือนจำชอว์แชงค์ ที่นั่นเขาได้พบกับ เอลลิส บอย “เรด” เรดดิ้ง (มอร์แกน ฟรีแมน) นักโทษที่ต้องโทษตลอดชีวิต และอยู่ในชอว์แชงค์มาแล้ว 20 ปีและ เป็นคนที่สามารถนำสิ่งของที่ผิดกฎเข้ามาในเรือนจำ ซึ่งเนื้อเรื่อง ถูกเล่าผ่านคำพูดของ เรด ด้วยความที่แอนดี้เป็นคนมีการศึกษาสูง ทำให้เขาอยากเปลี่ยนเรือนจำเป็นสถานที่ที่ผู้คนในนั้นสามารถทำในสิ่งที่คนภายนอกทำได้ เช่นมีห้องสมุดภายในเรือนจำ หรือแม้แต่ช่วยให้คำปรึกษาด้านการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีของรัฐบาลกับผู้คุมในเรือนจำตลอดจน พัศดี นอร์ตัน (บ็อบ กันทอน) โดยเขาช่วยพัศดี นอร์ตัน ฟอกเงินที่มาจากการทุจริต และหลบเลี่ยงภาษีจนสุดท้ายวันหนึ่งก็มีเหตุให้พัศดีและแอนดี้ต้องผิดใจกัน จนเป็นที่มาให้แอนดี้ ต้องหลบหนีออกจากการจองจำที่ ชอว์แชงค์

 

เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายเมื่อเทียบกับหนังสมัยนี้เพราะชอว์แชงค์นั้นออกฉายตั้งแต่ปี 2537 ทำให้ลักษณะการเล่าเรื่องจะเป็นไปตามสไตล์ของหนังยุคนั้น ซึ่งคอหนังยุคใหม่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับการเล่าเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าเป็นคอหนังยุคเก่าก็คงจะพอเดาได้ว่าหนังเรื่องนี้มาจากผู้กำกับคนเดียวกับเรื่อง Green Mile นั่นคือ แฟรงค์ ดาราบอนต์ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องโปรดของผู้เขียน

Tim Robbins and Morgan Freeman sitting outside on the benches playing checkers and talking in a scene from the film ‘The Shawshank Redemption’, 1994. (Photo by Castle Rock Entertainment/Getty Images)

เนื่องจากบทความนี้เป็นบทความรีวิวหนัง ผมในฐานะผู้เขียนก็จะขออนุญาติใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการแนะนำ ซึ่งตัวผมยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่ดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะ ได้คะแนน imdb สูงสุด (9.2) ทำให้อยากลองดูว่าหนังที่ได้เรตติ้งสูงขนาดนี้มันจะดีหรือไม่ ซึ่งบอกเลยว่า เพราะหนังเรื่องนี้ ทำให้ผม ซึ่งเกิดในยุค 90’s ซึ่งแน่นอนว่าตอนที่หนังเรื่องนี้ฉายเป็นครั้งแรก เพราะน่าจะคงยังไม่รู้เรื่องอะไร เกิดความหลงใหลในหนังยุคหลังปี 2000 อาทิเช่น Back To The Future หรือ Rocky แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่ดูหนังสมัยใหม่เลย เพราะคนเราผมเชื่อว่าต้องมีจุดเบื่อหรือจุดอิ่มตัวกันทุกคน (บางทีเราก็อยากดูหนังที่คอมพิวเตอร์กราฟฟิกมันอลังการบ้าง) เพราะฉะนั้นลองเปิดใจย้อนกลับมาดูหนังเก่าบ้างครับ เพราะมันจะเป็นตัวบอกเราว่าสมัยนั้นเค้ามีวัฒนธรรมอย่างไร แนวคิดอย่างไร และผมรับรองว่าสำหรับใครที่เริ่มต้นดูหนังเก่า The Shawshank Redemption เป็นตัวเลือกที่คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Comments are closed.