The Secret Life of Walter Mitty: การออกเดินทางของหนุ่มช่างฝัน(กลางวัน)

Walter Mitty คือชายหนุ่มธรรมดา ๆ ผู้ที่ไม่ได้มีชีวิตที่น่าตื่นเต้นอะไร ซึ่งอันที่จริงก็ออกจะน่าเบื่อและจืดชืด ถึงขนาดที่ว่า เมื่อเขาพยายามจะใช้บริการเว็บไซต์หาคู่เแห่งหนึ่ง เขาก็นึกไม่ออกว่าจะกรอกข้อมูลส่วนที่เป็นกิจกรรม ความสนใจพิเศษ หรืองานอดิเรกว่าอะไร เพราะในชีวิตประจำวันของเขา นอกจากการเดินทางไปทำงานแล้ว ก็คงมีเรื่องราวในจินตนาการที่เขาสร้างขึ้นเท่านั้นที่ดูจะน่าตื่นเต้นที่สุด เพราะในโลกจินตนาการ เขาสามารถเป็นฮีโร่สุดเท่ นักปีนเขาสุดคูล หรือใครก็ได้ตามที่ใจปรารถนา ในขณะที่ชีวิตจริงนั้น เขาคือบรรณาธิการภาพ ของนิตยสารแนวท่องเที่ยวที่ชื่อ L.I.F.E ที่ต้องคอยเลือกภาพถ่ายที่ส่งมาจากช่างภาพ เพื่อใช้ประกอบนิตยสาร ด้วยความที่ Walter Mitty นั้นเป็นคนที่จริงจังกับงานมาก ชีวิตของเขาจึงมีแต่งาน งาน และงาน ทำแต่งาน ไม่ทำอย่างอื่นเลย จนกระทั่งเขาได้ไปปิ๊งเข้ากับพนักงานสาวสวยในบริษัทเดียวกันเข้านั่นแหละ

ภาพถ่ายที่หายไป

ในพาร์ทแรก หนังเล่าเรื่องชีวิตของตัวเอกที่มีชีวิตแสนจืดชืดอย่าง Walter Mitty ออกมาได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการตัดสลับภาพในจินตนาการขณะที่พระเอกของเราเกิดอาการ “หลุดโลก” กับเหตุการณ์จริงที่เขายืนนิ่งเหม่อลอยอยู่ ทำให้ในช่วงท้าย ๆ เมื่อเขาตัดสินใจทำสิ่งที่น่าตื่นเต้นจริง ๆ ก็ยังทำให้เราแอบคิดไปว่าอาจจะเป็นแค่จินตนาการ จุดเปลี่ยนของชีวิต Walter Mitty มาถึง เมื่อบริษัทนิตยสารเริ่มมีการปรับโครงสร้างพนักงาน และเขาดันหาฟิล์มภาพถ่ายของปกนิตยสารฉบับที่กำลังจะตีพิมพ์ไม่เจอ นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาได้เริ่มสานสัมพันธ์กับหญิงสาวที่เขาแอบชอบ และได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อตามหาตัวช่างภาพเจ้าของฟิล์มชุดนั้น ซึ่งขอบอกเลยว่าในพาร์ทที่พระเอกออกเดินทางนั้น ฉากแลนด์สเคปในหนังภาพสวยบาดใจมาก แถมเพลงประกอบยังกระตุ้นความรู้สึกอยากแพ็คกระเป๋า สะพายกล้องแล้วออกเดินทางไปไหนซักที่ได้เป็นอย่างดี

To See the World

หนังมี quote ที่ลึกซึ้งอยู่ประโยคหนึ่ง ซึ่งเป็นสโลแกนของนิตยสาร L.I.F.E นั่นคือ To see the world, things dangerous to come to, to see behind walls, draw closer, to find each other, and to feel. That is the purpose of life. ที่กล่าวถึงการออกผจญภัยเพื่อสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ทลายกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเรากับโลก เพื่อตามหา เพื่อรู้สึกและเข้าใจ ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต ประโยคนี้เหมือนมีพลังอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เกิดความรู้สึก “อิน” ไปกับการออกเดินทางของพระเอก ไม่ใช่แค่เพื่อตามหาภาพถ่ายที่หายไป แต่เพื่อออกไปใช้ชีวิตในแบบที่เคยฝันและจินตนาการถึง

ดาราเจ้าบทบาทด้านคอเมดี้อย่างพี่ Ben Stiller รับหน้าที่ทั้งกำกับและแสดงนำเรื่องนี้เอง ซึ่งเขาก็ทำหน้าที่ได้ดี ดูแล้วเชื่อว่าเขาเป็น Walter Mitty จริง ๆ เมื่อถึงทีต้องเฉิ่มก็เฉิ่มได้ใจ แต่เมื่อผ่านการผจญภัยแล้วกลายเป็นหนุ่มคูล ก็ดูเท่สุด ๆ ในช่วงท้าย ๆ หนังมีการคลายปมให้เราเข้าใจความคิดของ Walter ว่าทำไมถึงทำแต่งาน และงานที่เขารักนั้น ก็ได้มอบรางวัลชีวิตให้ ในแบบที่เขาเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน

 

Comments are closed.