เมื่อ Be with You หนังสุดซึ้งกำลังจะมีเวอร์ชันรีเมค

Be with you คือภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่สร้างจากนิยายขายดีชื่อเดียวกันของ Takuji Ichikawa ที่ตราตรึงใจใครหลายคน ด้วยพล็อตเรื่องที่มีการหักมุมอย่างคาดไม่ถึง ต้องบอกว่าเวอร์ชันแรกของญี่ปุ่นนั้นทำออกมาได้อย่างลงตัวมาก ทั้งนักแสดงและโทนของหนัง อาจมีการดัดแปลงเนื้อเรื่องไปจากเวอร์ชันนิยายบ้าง แต่ก็ไม่ทิ้งแก่นของเรื่อง และให้ความรู้สึกซาบซึ้งไม่ต่างกัน ด้วยความที่เป็นหนังสัญชาติญี่ปุ่น จึงมีลักษณะเฉพาะตัวก็คือความเป็นธรรมชาติ การดำเนินเรื่องที่ไม่หวือหวา แต่ทว่าค่อย ๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ และแฝงปรัชญาหรือข้อคิดอะไรบางอย่างไว้เสมอ โดยไม่ต้องบอกออกมาตรง ๆ และทำให้เราเสียน้ำตาได้โดยไม่ต้องพยายาม แต่เมื่อมีการรีเมคให้เป็นเวอร์ชันเกาหลีนั้น เชื่อว่าสไตล์การเล่าเรื่องก็น่าจะเปลี่ยนไปเป็นแนวหนังรักโรแมนติกแบบเกาหลี ซึ่งน่าจะเข้าถึงคนไทยได้ในวงกว้างกว่าเดิม

แล้วฉันจะกลับมา

ตามเนื้อเรื่องในเวอร์ชันเดิม “มิโอะ” ได้ให้สัญญาไว้กับสามีและลูกชายก่อนที่เธอจะเสียชีวิต ว่าเธอจะกลับมาเมื่อถึงฤดูฝนในปีถัดไป และเมื่อวันแรกของฤดูฝนมาถึง “ทาคุมิ” และลูกชาย “ยูจิ” ได้เดินเข้าไปในป่า ที่พวกเขาและมิโอะเคยมาด้วยกัน แล้วก็ได้พบกับหญิงสาวหน้าตาเหมือนมิโอะ เพียงแต่เธอไม่มีความทรงจำใด ๆ หลงเหลืออยู่เลย พวกเขามีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งทั้งทาคุมิ และยูจิต่างก็เฝ้าภาวนาให้ฤดูฝนยาวนานกว่านี้ เพราะไม่อยากให้มิโอะจากไปอีก และสุดท้ายปริศนาทั้งหมดก็ได้รับการคลี่คลายจากบันทึกของมิโอะเอง ที่บันทึกและซ่อนเอาไว้ก่อนที่เรื่องราวทั้งหมดจะเกิดขึ้น ความสนุกของหนังเรื่องนี้ก็คือ การคาดเดาปริศนาที่ว่า มิโอะนั้นกลับมาปรากฏตัวได้ยังไง และวิธีน่ารัก ๆ ของยูจิ ที่พยายามอ้อนวอนไม่ให้ฤดูฝนหมดลง

ชีวิตที่ (ไม่) สมบูรณ์แบบ

เนื่องจากนิยายเรื่องนี้ ถูกเขียนขึ้นในยุคสมัยที่สังคมญี่ปุ่นคาดหวังความสมบูรณ์แบบ การแต่งงาน สร้างครอบครัว การปฏิบัติหน้าที่สามีภรรยาที่ดี มีลูกที่น่ารัก มีครอบครัวที่อบอุ่น ล้วนเป็นภาพในอุดมคติ แต่เมื่อนิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์ออกมา ทั้งสามตัวละครในครอบครัว ล้วนแล้วแต่มีข้อบกพร่องซึ่งไม่อาจนำพาให้ชีวิตครอบครัวของพวกเขาเป็นไปตามอุดมคติของสังคมได้ ทุกคนจึงมีปมในใจที่รอการคลี่คลาย แน่นอนว่าเราจะได้เห็นความรักอย่างสุดซึ้ง ที่หญิงสาวผู้จากไปมีต่อสามีและลูกของเธอ และความผูกพันของคนครอบครัวที่จะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นหัวใจ โดยไม่จำเป็นจะต้องมีความสมบูรณ์แบบตามอุดมคติเลย

ใครที่เป็นคอหนังแนวรักโรแมนติกซึ้งกินใจ เพิ่มหนังเรื่องนี้ลงไปในลิสต์หนังที่ต้องดู และเตรียมไปเสียน้ำตาได้เลย Be with You เวอร์ชันรีเมค นำแสดงโดย 2 นักแสดงเกาหลีสุดฮอต ซนเยจิน และโซจีซอบ เข้าฉายในไทย 21 มิถุนายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์

 

ย้อนเวลา พาดูหนังรักสไตล์เกาหลีสุดประทับใจ

หลายปีก่อน ในช่วงที่วงการภาพยนตร์เกาหลีเริ่มจะรุ่งเรือง และข้ามน้ำข้ามทะเลมาตีตลาดภาพยนตร์ในไทย มีหนังรักสไตล์เกาหลีมากมายที่แปลกใหม่ในยุคนั้น และโดนใจคนไทยอย่างเรา ๆ ให้เสียเงินซื้อตั๋วเข้าชมกันเป็นจำนวนมาก หนังรักอันเป็นต้นฉบับของหนังรักฉบับเกาหลีมาจนถึงยุคปัจจุบันนั้น เป็นหนังที่เคยสร้างความประทับใจให้ใครหลายคน ทั้งเรียกน้ำตา และให้ความอบอุ่นแบบฟิน ๆ กันไป จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

The Classic (2003)

แม้ว่าจะเข้าฉายตั้งแต่ปี 2003 แต่หนังเรื่อง The Classic ก็ยังคงความคลาสสิกไว้ได้สมกับชื่อเรื่องจริง ๆ เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักที่มีอุปสรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็มีอารมณ์ร่วม หรือ “อิน” ไปด้วยได้ไม่ยาก หนังเล่าเรื่องราวยุคปัจจุบัน สลับกับอดีต ผ่านการอ่านจดหมายของนางเอก ที่บังเอิญไปพบเข้ากับกล่อง ๆ หนึ่งซึ่งแม่ของเธอได้เก็บเอาไว้ ทำให้เธอได้รับรู้เรื่องราวของชายคนรักคนหนึ่งของแม่ เจ้าของลายมือในจดหมายเหล่านั้น และในขณะเดียวกัน เรื่องราวความรักของเธอเองก็ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญ เพราะเธอดันตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกับเพื่อนสนิท โดย ซอนเยจิน นักแสดงสาวหน้าหวาน รับบทเป็นทั้งนางเอกในพาร์ทอดีต และปัจจุบัน หนังมีจุดที่หักมุมได้แบบเซอร์ไพรส์และอบอุ่นมาก ๆ จนทำให้สาว ๆ หลายคนเพ้อฝันอยากเจอความรักที่เป็นพรหมลิขิตแบบในหนังบ้าง แล้วก็มีฉากลืมร่ม ซึ่งกลายเป็นฉากรักกุ๊กกิ๊กในตำนานไปแล้ว

My Sassy Girl (2001)

หนึ่งในหนังเกาหลีที่มีการเอาไปรีเมคเป็นฉบับฮอลลีวูด ได้นักแสดงสาวสุดฮอตในยุคนั้นอย่าง จวนจีฮยุน มารับบทเป็นหญิงสาวผู้เมาไม่ได้สติจนกระทั่งพระเอกสุดเฉิ่มที่รับบทโดย ชาแทฮย็อน มาช่วยเธอเอาไว้ โดยพาไปพักผ่อนที่โรงแรม แต่กลับถูกนางเอกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกวิตถารที่หวังจะเคลมเธอ เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองนั้นซวยมาก ที่ได้มาช่วยยัยผู้หญิงตัวร้าย ที่อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้แบบเธอ แต่หลังจากนั้น เมื่อทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ และสนิทสนมกันมากเรื่อย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อกันก็ได้แปรเปลี่ยนไป แต่ทว่านางเอกของเรากลับมีเรื่องราวที่ปิดบังซ่อนอยู่ แล้วความรักของทั้งคู่ลงเอยอย่างไรนั้น ใครที่ดูแล้วก็คงทราบกันดี แต่ใครที่เกิดไม่ทัน แนะนำว่าให้หามาดูด่วน เพราะเป็นหนังที่พลาดไม่ได้จริง ๆ

Il Mare (2000)

หนังรักคลาสสิกซึ้ง ๆ สไตล์เกาหลีอีกเรื่อง ที่คอหนังเกาหลีในสมัยนั้นรู้จักกันดี หนังมีการเล่นกับมิติของเวลา อันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตัวเอกทั้งสองไม่อาจพบกันได้ตามใจปรารถนา ได้แต่สื่อสารกันผ่านตู้จดหมาย ที่ดูเหมือนจะเป็นไทม์ แมชชีน หนังได้จวนจีฮุน และลีจุงแจ มารับบทนำ โดยสถานที่ที่เป็นฉากหลักของเรื่องก็คือบ้านริมทะเล หรือที่เรียกว่า “Il Mare” ตามชื่อหนังนั่นเอง ถือเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ที่มีการเล่นกับมิติของเวลาได้อย่างน่าสนใจ และเป็นอีกเรื่องที่มีการเอาไปรีเมคเป็นฉบับฮอลลีวูด

จนถึงทุกวันนี้วงการภาพยนตร์เกาหลีได้รุ่งเรือง และมีหนังรักออกมามากมาย แต่หนังรักต้นตำรับก็ยังคงเป็นที่จดจำ ตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชมจนถึงปัจจุบัน