รวมหนังเกี่ยวกับเพลงและดนตรีดีต่อใจ ที่ใครก็ไม่ควรพลาด ตอนที่ 1

ภาพยนตร์ที่มีเนื้อเรื่องหลักเกี่ยวข้องกับตัวละครที่หลงใหลในเสียงดนตรี มักจะมีเพลงประกอบหนังที่โดนใจ ใครที่ชอบฟังเพลงก็มักจะถูกอกถูกใจไปตาม ๆ กัน หนังเกี่ยวกับดนตรีไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องแบบมิวสิคัลเสมอไป แต่เนื่องจากว่าตัวละครในหนังอาจเป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง หรือมีอาชีพที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ในหนังจึงต้องมีการสอดแทรกเพลงประกอบลงไป ซึ่งเพลงเหล่านั้นก็มักจะได้รับการแต่งขึ้นมาใหม่ ให้เหมาะกับเนื้อเรื่องและทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวได้ไม่ยาก

Once (2007)

หนังของผู้กำกับ John Carney ที่คว้ารางวัลออสการ์เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง จากเพลง “Falling Slowly” ที่ซึ้งกินใจมาก ๆ หนังให้ความรู้สึกเรียล ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตัวละครที่ไม่ได้เป็นดาราดัง แต่เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงระดับเทพ ดังนั้น อารมณ์เพลงที่ถ่ายทอดออกมาในหนังเรื่องนี้จึงไปได้สุดมาก ๆ และการถ่ายทำแบบ Handheld คือถือกล้องเดินตามนักแสดงเป็นส่วนใหญ่ ทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างมันจริง รู้สึกใกล้ชิดกับตัวละคร และสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของตัวละครอย่างชัดเจน โทนหนังเจือไปด้วยสีเทาหม่น ๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกอบอุ่น และมีความหวังอยู่เสมอ

Begin Again (2013)

หนังดนตรีเรื่องถัดมาของ John Carney เรื่องนี้ เป็นเรื่องของ “แดน” โปรดิวเซอร์มือตก และ “เกร็ตต้า” นักแต่งเพลงสาวที่เพิ่งถูกแฟนนอกใจ ซึ่งบังเอิญมาพบกันขณะที่เกร็ตต้ากำลังบรรเลงเพลงที่เธอแต่งเองในร้านนั่งดื่มเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งแดนนั้นถูกอกถูกใจเพลงของเธอมาก จนกระทั่งตัดสินใจชวนมาทำเพลงด้วยกัน เพลง Lost Stars ซึ่งเป็นเพลงที่โดดเด่นที่สุดในหนังเรื่องนี้ มี 2 เวอร์ชัน อันแรกถูกขับร้องโดยนางเอก Keira Knightley ซึ่งให้ความรู้สึกเรียลมาก ๆ ส่วนเวอร์ชันของ Adam Levine ร็อคสตาร์ชื่อดังนั้นดูจะมีความแมสมากกว่า ซึ่งก็เข้ากับเนื้อเรื่องในหนังได้อย่างพอดิบพอดี

Whiplash (2014)

ก่อนที่ผู้กำกับ Damien Chazelle จะไปกวาดรางวัลออสการ์จาก La La Land นั้น เขาผ่านการกำกับหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับดนตรีมาก่อน นั่นคือ Whiplash หนังที่เล่าเรื่องของ “แอนดรูว์” เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ ที่หวังอยากเป็นมือกลองแนว Jazz ระดับโลก ซึ่งเขาต้องผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก และเจอครูที่โคตรโหดอย่าง “เฟลชเชอร์” ซึ่งมองเห็นพรสวรรค์ของแอนดรูว์ และคอยเคี่ยวเข็ญเขาให้เอาชนะขีดจำกัดของตัวเองออกไปเรื่อย ๆ นับว่าเป็นหนังเกี่ยวกับดนตรีที่มีเนื้อหาที่เข้มข้นมากเรื่องหนึ่ง เพลงที่เลือกมาใช้ในหนังล้วนแล้วแต่เป็นเพลง Jazz ระดับที่เรียกได้ว่าดีงาม ถูกใจคอเพลงแนวนี้ที่สุด

ใครที่มีใจรักเสียงดนตรี รับรองได้ว่าดูหนังเหล่านี้แล้วจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน และอย่างน้อยต้องได้ซักเพลงสองเพลงโปรดกลับไปประดับไว้ในเพลย์ลิสต์ส่วนตัวอย่างแน่นอน

 

รวมหนังเกี่ยวกับเพลงและดนตรีดีต่อใจ ที่ใครก็ไม่ควรพลาด ตอนที่ 2

เป็นที่รู้กันดีว่าเพลงและดนตรีนั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของมนุษย์ และเมื่อเพลงและดนตรีเข้ามาผนวกเป็นเนื้อเรื่องหลักในภาพยนตร์ ผู้ที่ชื่นชอบการดูหนังฟังเพลงจึงไม่ควรพลาดที่จะติดตาม ในบทความตอนที่ 1 นั้น ได้รวมหนังเกี่ยวกับดนตรีไว้แล้ว 3 เรื่อง นั่นคือ Once, Begin Again และ Whiplash แต่เนื่องจากว่าหนังเกี่ยวกับเพลงและดนตรีที่น่าประทับใจนั้นมีมากกว่าสามเรื่อง จึงอยากจะขอพื้นที่พูดถึงหนังแนวนี้ต่ออีกซักหน่อย เพราะหนังหลายเรื่องนั้น ไม่พูดถึงไม่ได้จริง ๆ

Sing Street (2016)

หนังของเจ้าพ่อหนังดนตรี John Carney เรื่องล่าสุด หากใครที่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นหนังไฮสคูลใส ๆ วัยรุ่นหัดเล่นดนตรีฟอร์มวงกันทั่วไปนี่ขอบอกว่าคิดผิด เพราะหนังเป็นเรื่องราวของ คอเนอร์ เด็กชายผู้เติบโตในดับลิน เมืองหลวงของไอร์แลนด์ ซึ่งเมื่อครอบครัวของเขาประสบปัญหาการเงิน คอเนอร์จึงต้องย้ายมาอยู่โรงเรียนรัฐอันซอมซ่อ เขาได้ตกหลุมรักหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่ง และเกิดความคิดที่จะฟอร์มวงดนตรีขึ้นมา เพลงที่ใช้ประกอบหนังนั้นถูกแต่งมาให้เข้ากับยุคสมัยของหนังที่ย้อนยุคหน่อย ๆ และยังเล่าเรื่องราวของตัวละครได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกอยากเอาใจช่วยตัวละครให้ก้าวผ่านเรื่องราวต่าง ๆ และพากันต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคจนไปถึงฝั่งฝัน

โหมโรง (2004)

หนังไทยที่นับได้ว่าเป็นหนังขึ้นหิ้งเรื่องหนึ่ง เล่าเรื่องราวในของครูเพลง “ศร ศิลปบรรเลง” นักระนาดเอกมือหนึ่ง ซึ่งการเล่าเรื่องจะเล่าตัดสลับกันไประหว่างศรวัยหนุ่ม กับวัยชรา ซึ่งในวัยหนุ่มนั้น ศรเป็นนักระนาดเอกซึ่งมีความลำพองในฝีมือ จนได้มาพบกับ “ขุนอิน” ผู้ที่มีฝีมือเหนือกว่าตน และได้ค้นพบ “ทาง” ระนาดใหม่ที่ไม่ซ้ำใครในสมัยนั้น ส่วนเรื่องราวในวัยชรา เป็นการต่อสู้ของศรเพื่อที่จะรักษาดนตรีไทยเอาไว้ ในยุคที่อิทธิพลดนตรีตะวันตกเริ่มแผ่ขยายเข้ามาในเมืองไทย จนมีนโยบายจากรัฐว่าไม่ให้บรรเลงดนตรีไทยในที่สาธารณะ ซึ่งหนังทำได้ดีทั้ง 2 พาร์ท เพราะชวนให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปได้ตลอด และเมื่อจบเรื่องความรักในดนตรีไทยอันเป็นรากเหง้าของเราก็ถูกปลุกขึ้นมา

Amadeus (1984)

หนังชีวประวัติของคีตกวีชาวออสเตรียอัจฉริยะ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก Wolfgang Amadeus Mozart ผู้มีชีวิตอยู่เพียงแค่ 35 ปีเท่านั้น หากใครชื่นชอบในดนตรีคลาสสิกแล้วล่ะก็ ไม่ควรพลาดหนังเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง เพราะหนังจะพาเราไปสำรวจชีวิตของโมสาร์ต ในยุครุ่งเรือง และตกต่ำ ผ่านการเล่าเรื่องของซาลิเอรีผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่แข่งของโมสาร์ต นอกจากเพลงคลาสสิกเพราะ ๆ ที่จะได้ฟังตลอดทั้งเรื่องแล้ว ทั้งฉากและเครื่องแต่งกายก็ออกแบบมาสุดอลังการ พาให้เราย้อนไปอยู่ในยุคเรอเนสซองซ์ และอินไปกับความสวยงามของศิลปะในยุคนั้น

การดูหนังเกี่ยวกับเพลง เหมือนเราได้กำไร 2 ต่อ ทั้งได้ดูหนังดี ๆ และได้ฟังเพลงเพราะ หลากหลายเพลงประกอบไปด้วย เรียกได้ว่าจ่ายค่าตั๋วทีเดียว ได้ความบันเทิงถึง 2 เท่า