หน้าหนาวแล้ว ไปหาหนังเหงา ๆ มาดูกัน (2/2)

จากบทความที่แล้ว ได้เสนอหนังเหงาไปแล้ว 3 เรื่อง คือ My Blueberry Nights, Chungking Express และ The Lives of Others แต่ดูเหมือนหน้าหนาวจะไม่จบลงง่าย ๆ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน บางวันร้อนจนอยากย้ายประเทศไทยไปอยู่ขั่วโลกเหนือ บางวันอากาศเย็นสบายตอนเช้า พอตอนบ่ายกลับฟ้าครึ้มฝนตก สำหรับใครที่รอคอยอากาศหนาวอาจต้องลุ้นหน่อย เพราะภาวะโลกร้อนและ Climate Change ทำให้อากาศหนาวแถวประเทศไทยนั้นหายากขึ้นทุกวัน บทความนี้จึงอยากแนะนำหนังเหงาอีกซัก 3 เรื่อง ให้ดูไปพลาง ๆ เพื่อรอคอยหน้าหนาวแสนอบอุ่นของประเทศไทย

  1. 1. Into the wild (2007) เป็นหนังที่กำกับโดยนักแสดงมากฝีมืออย่าง Sean Penn โดยหนังบอกเล่าเรื่องราวของ Chris McCandless (แสดงโดย Emile Hirsch) หลังจากจบมหาวิทยาลัยเขาตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อไปหาความหมายและความสุขที่แท้จริงของชีวิต โดยเลือกจะไปใช้ชีวิตลำพังในป่าของอาลาสก้า หนังเรื่องนี้นอกจากภาพโทนหม่น ๆ ซึ่งสวยมากแล้ว ยังแฝงข้อคิดให้คนดูได้คิดตาม ลองคิดดูว่าเราในฐานะคนดูจะเศร้าสะเทือนใจขนาดไหน เมื่อได้ติดตามผู้ชายคนหนึ่งเดินทางไปใช้ชีวิตในป่าคนเดียว พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอด จนตอนจบเขาค้นพบว่าความสุขที่จริงคืออะไร แต่มันกลับสายเกินไปแล้ว ต้องบอกเลยว่าตอนจบของหนังเรื่องนี้เหงาและเศร้าเอาการเลยล่ะ
  2. 2. Her (2013) กำกับภาพยนตร์โดย Spike Jonze ผู้เคยฝากผลงานไว้ในเรื่อง Being John Malkovich (1999) เป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของ Theodore (แสดงโดย Joaquin Phoenix) นักเขียนจดหมายที่ถนัดงานเขียนข้อความดีๆ ส่งเป็นจดหมายให้คู่รักได้สมหวังหรือได้คืนดีกัน แต่เขาเองกลับมีชีวิตที่เปลี่ยวเหงา จนมาวันหนึ่งเขาได้เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ มาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ระบบปฏิบัติการที่ว่านี้มีเสียงเป็นผู้หญิง และใช้ชื่อว่า Samantha และแล้วหนุ่มขี้เหงาอย่าง Theodore ก็เกิดชอบความฉลาด ขี้เล่น การใช้คำพูดที่น่ารักของ Samantha จนความรู้สึกพัฒนาไปเป็นความรัก….ฟังไม่ผิดหรอก นี่เป็นหนังที่มนุษย์ตกหลุมรักระบบปฏิบัติการ!! หนังมีความละเมียดละไม ใช้ภาพและโทนสีแนวฟุ้งฝัน เราจะได้เห็นผู้ชายเหงา ๆ คนหนึ่งกลับมามีชีวิตชีวา พูดคนเดียว ยิ้มคนเดียว หัวเราะคนเดียว ตอกย้ำวิถีชีวิตแบบพึงพาเทคโนโลยีและโซเชียลเน็ตเวิร์คของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันได้ดีทีเดียว
  3. 3. Brokeback Mountain (2005) เรื่องนี้แหล่ะสุดยอดความเศร้าและเหงาของจริง เป็นหนังของผู้กำกับเอเชียคนเก่ง Ang Lee นั่นเอง คงไม่ต้องอธิบายให้มากความเพราะเป็นหนังที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ก็ว่าได้ เอาเป็นว่า Brokeback Mountain เป็นเรื่องราวความรักของเด็กหนุ่มสองคน แต่ด้วยวิถีและค่านิยมของสังคมพวกเขาจำเป็นต้องแยกย้ายไปแต่งงานและมีครอบครัวของตนเอง เมื่อกลับมาพบกันอีกครั้งพร้อมความรักที่ยังคับอก ก็ไม่สามารถปฏิเสธกันและกันได้ แต่ถึงจะรักกันขนาดไหนเขาสองคนทำได้แค่นัดเจอกันเพียงปีละหนึ่งครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นและต้องพยายามหลบซ่อนจากโลกของคนรู้จัก ฟังแค่นี้ก็เศร้าแล้ว ยิ่งในเรื่องมีโกรธกัน งอนกัน กว่าจะได้ง้อกันก็ต้องรอเจอกันปีหน้า กว่าจะง้อกันเสร็จอีกคนก็หายไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ก็ทนเหงาลำพังต่อไป เนี่ย…เรื่องมันเศร้า ต้องยกนิ้วให้กับการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครเลย

นี่คือหนังเหงา 3 เรื่อง 3 รสที่เรานำมาฝาก หวังว่าจะถูกใจและถูกเก็บเข้าในลิสต์หนังเหงาในดวงใจของคุณ และหากดูแล้วอยากแบ่งปันความคิดเห็น ความรู้สึก หรือแง่มุมความคิดเกี่ยวกับหนัง ก็สามารถมาแชร์กันได้เลย ?!

 

หน้าหนาวแล้ว ไปหาหนังเหงา ๆ มาดูกัน (1/2)

ถ้าถามคอหนังซัก 100 คน ว่าชอบหนังแนวไหนและถามเหตุผลด้วยว่าทำไมถึงชอบดูหนังแนวนั้น คุณอาจจะได้คำตอบที่ต่างกันและมีความหลากหลายอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ นั่นเป็นเพราะความชอบของคนเรามันเกิดขึ้นจากความรู้สึกที่แตกต่างกัน หรืออาจกล่าวอีกแง่หนึ่งได้ว่ารสนิยมการเสพหนังของคนเรามันไม่เหมือนกัน ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำหนังเหงา ๆ สำหรับคนที่ชอบเสพความเหงา ลองจินตนาการเวลาอยู่คนเดียวกับบรรยากาศฤดูหนาว อากาศเย็น ๆ ท้องฟ้าหม่น ๆ แล้วนอนใต้ผ้าห่ม ดูหนังทั้งวัน คงจะรู้สึกปริ่มน่าดู

  1. 1. My Blueberry Nights (2007) เป็นหนังของผู้กำกับหนังเหงาในตำนาน “หว่อง กา ไว” หนังเล่าเรื่องผู้หญิง 3 คน คือ Elizabeth (แสดงโดย Norah Jones) Sue Lynne (แสดงโดย Rachel Weisz) และ Leslie (แสดงโดย Natalie Portman) แต่เรื่องที่ดูจะอบอวลด้วยความรักและความเหงามากที่สุดคงจะเป็นเรื่องของ Elizabeth ที่มี Jeremy (แสดงโดย Jude Law) มาร่วมสร้างความโรแมนติกได้เหงาแบบสุด ๆ หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณเข้าใจว่าบางทีความเหงามันไม่ได้ร้ายกาจ แต่เราอยู่กับมันได้ขอแค่มีใครซักคนร่วมแบ่งปันและเดินไปด้วยกันเท่านั้นก็เพียงพอ
  2. 2. Chungking Express (1994) ขอยกหนังของ “หว่อง กา ไว” อีกซักเรื่อง เป็นเรื่องราวความรักของ นายตำรวจรหัส 223 (Takeshi Kaneshiro) และนายตำรวจรหัส 663 (Tony Leung Chiu Wai หรือพี่เหลียงเฉาเว่ยของเรานั่นเอง) เรื่องนี้มีครบทุกรสชาติของความรักเลยก็ว่าได้ ทั้งอกหัก แอบรัก จีบแบบทำให้รู้ตัวและไม่รู้ตัว พอรู้ตัวแต่ต้องห่างกัน ก็มีช่วงที่ต้องรอคอยอีก เราจะสัมผัสความเหงาได้ตลอดเรื่อง อย่างเช่นกิจวัตรประจำวันของตัวละคร ทั้งที่มันก็เป็นกิจกรรมธรรมดาทั่วไป แต่เราดูแล้วมันให้ความรู้สึกเหงาเป็นบ้าเลย! คู่พี่เหลียงเฉาเว่ย กับเฟย์ หว่อง (เธอแอบรักพี่เหลียงและพยายามทำอะไรต่อมิอะไรให้พี่เหลียง) เป็นอะไรที่ทำให้ยิ้มตาม กรี๊ดตาม และมีความสุขมาก นอกจากนั้น จะได้เห็นความ Cool ของ Takeshi Kaneshiro ที่ไม่มีเรื่องไหน Cool ได้ไร้เดียงสาแบบนี้อีกแล้ว ส่วนพี่เหลียงนะเหรอ ในเรื่องไม่ค่อยยิ้ม เก็บความรู้สึกสุด ๆ แต่ยิ้มทีนี่หลงแบบโงหัวไม่ขึ้นเลย แนะนำเรื่องนี้ ถ้าดูแล้วจะตอกย้ำความเหงา ในขณะเดียวกันจะให้ความสุข อิ่มเอม และส่งเสริมให้มองโลกบวกสุด ๆ เลยล่ะ
  3. 3. The Lives of Others (2006) หนังดีกรีรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปี 2007  กำกับโดย Florian Henckel von Donnersmarck ผู้กำกับสัญชาติเยอรมัน แน่นอนว่าเป็นหนังภาษาเยอรมันและเป็นเรื่องราวในปี 1984 เบอร์ลินตะวันออก (ช่วงเวลาที่เยอรมันนีถูกแบ่งเป็นตะวันออกและตะวันตกด้วยกำแพงเบอร์ลิน) เจ้าหน้าที่ตำรวจลับ Hauptmann Gerd Wiesler รับคำสั่งให้สอดแนม Georg Dreyman นักเขียนที่กำลังถูกสงสัยว่าติดต่อกับฝั่งตะวันตก ด้วยเหตุนี้ Wiesler จึงต้องคอยดักฟัง Dreyman ตลอดเวลา เราจะได้ตามติดชีวิตของ Wiesler ที่คอยตามติดชีวิตของ Dreyman และเราจะสัมผัสได้เลยว่า Wiesler นั้นมีชีวิตที่เปล่าเปลี่ยว เหงา ไม่มีใคร เราจะได้เห็นพัฒนาการความรู้สึกของ Wiesler ที่ค่อย ๆ มีความผูกพันกับ Dreyman แอบช่วยเหลือ แอบเอาตัวเองเข้าไปพัวพันเพื่อขจัดปัญหาให้โดยที่ Dreyman ไม่รู้ตัว นอกจากความเหงาแล้วหนังเรื่องนี้ยังสร้างความสะเทือนอารมณ์ให้คนดูในตอนท้าย หรืออาจไม่ใช่เพียงความสะเทือนอารมณ์อย่างเดียว หากแต่เป็นความเป็นสุข…สุขแบบยิ้มตามทั้งน้ำตาเลยล่ะ

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับ 3 เรื่องสุดเหงาที่เราเอามาแนะนำสำหรับคนที่เสพติดความเหงาโดยเฉพาะ แต่หากใครที่ดูหนังคนเดียวเหงา ๆ จนเบื่อแล้ว จะลองไปชวนเพื่อนมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนมุมมองก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลวนะ ว่าไหม?