“คน ผี ปีศาจ” หนังสยองขวัญหลอนสั่นประสาท ที่ยังตราตรึงใจ

เป็นหนังเก่าแนวสยองขวัญหลอน ๆ ฉายในปี 2547 ใครที่ไม่เคยดู ขอบอกเลยคุณต้องลองไปค้นหามาดูสักครั้ง เพราะหลอนน่ากลัวจริง ๆ เป็นหนังเก่าที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามไป เรื่องหลอน ซาวด์หลอน หลอนไปซะหมด อะไรจะขนาดนั้น เป็นหนังสยองขวัญที่กำกับโดย คุณชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ออกฉายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2547

เรื่องราวเริ่มจากอุ้ยเดินทางไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักของป้าบัว ป้าบัวเป็นเจ้าของโรงพิมพ์ และมีหลานชายชื่ออาร์ม ที่อายุน้อยไล่เลี่ยกันกับอุ้ย ที่ยังเป็นหญิงสาววัยรุ่น นอกจากป้าบัวจะเป็นเจ้าของโรงพิมพ์แล้วยังรับเป็นร่างทรงเจ้าด้วย เนื่องจากตนเองเคยเสียใจที่ลูกชายนั้นทำผู้หญิงท้องและทิ้งลูกไว้ให้ตนเลี้ยง ทำให้ป้าบัวเสียใจมาก จึงหันไปหาที่พึ่งทางจิตใจ เคารพคนทรงเจ้าเข้าผีศาสนาพราหมณ์ จนรับเป็นคนทรงเจ้าเสียเอง หลังจากอุ้ยเข้ามาพักอาศัยอยู่กับป้า ก็ช่วยเลี้ยงอารม์ อารม์มักมีพฤติกรรมประหลาดไม่ยอมกินอาหารที่ป้าตนทำให้ อีกทั้งไม่ชอบเข้าห้องน้ำ และมักชอบเล่าว่าเห็นผีปีศาจ จนวันหนึ่งอุ้ยก็เริ่มรับรู้ได้เองว่าสิ่งที่อารมณ์พูดนั้น ไม่ใช่เรื่องโกหกอีกต่อไป เมื่อทุกค่ำคืนเธอได้รับรู้ถึงความผิดปกติในบ้านหลังที่เธออยู่ นั้นมาจากสาวใช้ที่เคยลาออกไปแล้ว เกิดอะไรขึ้นในบ้านหลังนี้ และยังมีปมอะไรซ่อนเก็บไว้ เอาใจช่วยพวกเขาไปด้วยกัน ขอบอกว่าลุ้นระทึก และคุณต้องหนีบตัวเองไว้แน่น ๆ แน่

สิ่งที่คุณจะได้จากเรื่องนี้

ความหลอนของบรรยากาศ บรรยากาศในหนังช่วยสร้างความรู้สึกให้เราเหมือนเข้าไปอยู่ในเรื่องรับรู้ถึงความรู้สึกที่หลากหลายของตัวละคร ตัวอย่างเช่นบรรยากาศฉากภายในบ้าน ที่เข้ามาแล้วรู้สึกได้ว่าไม่น่าอยู่เอาเสียเลย รู้สึกอึดอัดเงียบดูมีอะไรแปลก และเป็นไปตลอดทั้งเรื่อง

ความหลอนของเรื่องราว เรื่องราวหลอนและมีหักมุม ตัวอย่างเรื่องของพี่เลี้ยงอารม์ ที่อารม์มักพูดถึง ทั้งที่ลาออกไปแล้ว แต่ทำไมอุ้ยถึงสัมผัสได้ว่าเขายังอยู่!

ตัวละครก็หลอน โดยเฉพาะป้าบัว ที่เราจะเห็นกันในเรื่องแน่ ๆ จะเป็นอย่างไรไปดูกันในเรื่อง

สำหรับใครที่เคยดูแล้วอาจจะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไร แต่คงยังจำบรรยากาศอึมครึมในหนังได้ นึกถึงภาพร่างป้าบัวที่แต่งชุดทรงแนวอินเดีย ร่ายรำไปมาอย่างคนที่ถูกเข้าทรง ดวงตาที่เขียนขอบตาดำสนิทจ้องเขม็งมาเหมือนขึงโกรธอาฆาต ฉากผีเลี้ยงที่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน ทั้งที่ป้าบัวบอกว่าเขาลาออกไปแล้ว ฝีมือการแสดงของนักแสดงที่ทำให้เราอิน รู้สึกกลัวไปด้วยจริง ๆ ความอึดอัด ความมืด ทางออก หากคุณติดอยู่ในบ้านที่ถูกล็อกมีผีอยู่ด้วย คุณจะทำอย่างไร

 

“HOMESTAY” หนังมาแรงน่าดู

หลายคนคงจะได้เห็นโปสเตอร์หนังกันไปแล้ว ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ แถมยังมีนักแสดงวัยรุ่นชื่อดังจากซีรีย์ฮอร์โมน ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ และเฌอปราง อารีย์กุล กัปตันทีมของวง BNK48 วงเกิลกรุ๊ปแฟรนไชส์ชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่กำลังดังและเป็นกระแสในไทย จากเพลงคุกกี้เสี่ยงทายมาแสดงหนังครั้งแรก ช่วยดึงกระแสมากขึ้น ทำให้หลายคนจับตามอง รวมทั้งเหล่าโอตะเองก็คงจะตื่นเต้นไม่น้อย ที่จะได้เห็นเฌอปรางชิมลางด้านการแสดง

เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

ว่าด้วยเรื่องของวิญญาณดวงหนึ่ง ที่ได้รับรางวัลให้สามารกลับมามีชีวิตอีกครั้งในร่างของเด็กหนุ่มม.ปลายชื่อมิน เป็นเวลา 100 วัน โดยต้องทำภารกิจสืบหาความจริงเกี่ยวกับการตายของร่างที่ตัวเองอาศัยอยู่ เพื่อเขาจะไม่ตายซ้ำอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นครั้งที่ยาวนานและไม่อาจหวนกลับได้อีก และเขาต้องทำให้ได้

โอ้โหแค่อ่านเรื่องย่อก็กระตุ้นต่อมสงสัยซะแล้ว รู้สึกได้เลยว่าคงจะมีอะไรบางอย่างในเรื่องที่จะต้องหักมุมแน่ ๆ แต่เดี๋ยวก่อน หนังแนวนี้เรื่องราวไม่ได้แปลกใหม่อะไรเสียทีเดียว ตรงกันข้ามมีพล็อตเรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณและการมาอาศัยร่างอยู่ชั่วคราว มีมากมายหลากหลายแนวพอสมควรไม่ว่าจะเป็นละคร หนัง ซีรีย์ทั่วไป ที่เราได้ดูหรือพบเห็นผ่านตามาพอสมควร แต่สิ่งหนึ่งที่จะการันตีได้ว่าหนังเรื่องนี้อาจจะไม่ทำให้เราผิดหวังคือ การทำหนังของ GDH ที่มีแนวทางการทำหนังเฉพาะตัวไม่ซ้ำใคร สามารถทำหนังให้เกิดความน่าสนใจ และมีมุมมองใหม่อยู่เสมอ ซึ่งเรื่อง Homestay นั้น ถูกดัดแปลงมาจาก นวนิยายขายดีของญี่ปุ่น เรื่อง Colorful เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม เขียนโดยเอโตะ โมริ ที่เคยนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชันมาก่อนแล้ว และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ถูกตีความใหม่ ให้ลุ้นระทึกมากขึ้น กำกับโดย คุณภาคภูมิ วงค์ภูมิ ซึ่งจะเป็นอย่างไรเราคงต้องรอดูกัน

หนังไทยที่ออกมามีน้อย เมื่อเทียบกับหนังต่างประเทศที่มีออกมาให้เห็นอยู่ตลอด ๆ ที่ดังอยู่จริง ๆ ก็มีไม่กี่เรื่อง ซึ่งการที่หนังออกมาน้อย หรือฉายออกมาแล้วไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรนั้น อาจเป็นเพราะรสนิยมของคนดูที่เปลี่ยนไป คุณภาพและความแปลกใหม่ของพล็อตเรื่องหนังที่มีมาให้เห็นอยู่เสมอจากต่างประเทศ เห็นได้ชัดใกล้ตัวเราก็มีหนังเกาหลี ที่หนังของเขามักจะมีอะไรแปลกใหม่ ดูแล้วต้องร้องว้าว คาดไม่ถึงอยู่ตลอดเวลา สามารถจับจุดคนดูได้อย่างอยู่มัด ซึ่งปัจจุบันหนังไทยก็มีพัฒนาการให้เห็นไปสู่จุดนั้นเช่นกัน จึงขอเป็นกำลังใจให้คนทำหนังนั้นมุ่งมั่นพัฒนาผลงานหนังของไทยที่มีคุณภาพให้คอหนังได้ดูหนังไทยสนุกๆต่อไปกันนาน ๆ และดีขึ้นเรื่อย ๆ มาร่วมชมและอุดหนุนหนังไทยกันเถอะ  Homestay ฉาย 25 ตุลาคม 61นี้