The Reader ระหว่างเราเรียกว่าความรักหรือเปล่า

เมื่อพูดถึงหนังที่ทำให้คนดูเสียน้ำตาเป็นวรรคเป็นเวรแล้วล่ะก็ หนังเรื่อง The Reader มักจะติดโผเข้ามาแบบงง ๆเพราะดูจากตัวอย่างหนัง อาจทำให้เราเข้าใจว่าเป็นหนังเกี่ยวกับเหตุการณ์ในสงคราม บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นหนังแนวนักกฎหมาย เน้นการตัดสินคดีอะไรทำนองนั้น หรือบางคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นหนัง Coming of Age ไปโน่นเลยก็ได้ ซึ่งความจริงแล้วจะเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ผิด เพราะ The Reader มีการกล่าวถึงและนำเสนอเรื่องเหล่านั้นจริง แต่จุดเน้นแท้จริงของหนังเรื่องนี้ คือ “นี่มันหนังรักชัดๆ”

ความรัก ความลับ และความผิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศเยอรมนี หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเริ่มแรกนั้นไมเคิล เบิร์ก (รับบทโดย David Kross) เด็กหนุ่มอายุ 15 ปี บังเอิญได้เจอกับฮันน่า ชมิทซ์ (ระบทโดย Kate Winslet) สาวใหญ่วัยสามสิบกว่าปี ไม่รู้เพราะความไร้เดียงสาและเพิ่งแตกเนื้อหนุ่มของไมเคิล หรือเพราะความสวยจับใจของฮันน่า หรือเพราะอะไรก็ตาม ที่ทำให้ไมเคิลสนใจฮันน่าและแอบย่องมาหาที่บ้านจนทั้งคู่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นเด็กหนุ่มบอกแม่ค้าร้านอาหารว่า ฮันน่าเป็น “My Girlfriend”

ความรู้สึกของฮันน่านั้นไม่ได้แสดงออกชัดเจนนัก แต่สำหรับไมเคิลแล้วฮันน่าคือโลกทั้งใบเลยก็ว่าได้ เปรียบเสมือนชีวิตวัยหนุ่มแรกแย้มที่เพิ่งเรียนรู้เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ พอได้ลองแล้วก็เกิดลุ่มหลงพร้อมกับยกหัวใจให้สาวไปหมดไม่มีกั๊กไว้เลยซักนิด พอฮันน่าหายไป ชีวิตของไมเคิลก็เหมือนหายไปครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว เรื่องสำคัญอย่างหนึ่งคือ ฮันน่าชอบให้ไมเคิลอ่านหนังสือให้ฟัง ยิ่งเห็นคนรักอินกับเรื่องที่ตัวเองอ่านไมเคิลยิ่งหัวใจพองโตและอยากเอาใจฮันน่ามากยิ่งขึ้นจนต้องไปควานหาหนังสือพวกนิยายหรือวรรณกรรมมาอ่านแทบจะหมดห้องสมุด

เมื่อวันหนึ่งฮันน่าหายไป ความมีชีวิตชีวาของหนุ่มน้อยหายไปหมดสิ้น ไมเคิลกลายเป็นคนเก็บความรู้สึก ไม่เปิดใจให้ใคร ฝังใจอยู่กับรักครั้งแรกที่เขาไม่มีทางลืมได้แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม ไมเคิลได้พบฮันน่าอีกครั้งเมื่อเขาเติบใหญ่เป็นนักเรียนวิชากฎหมาย แต่ที่หนังบีบหัวใจคนดูมาก ๆ ก็คือไมเคิลเข้ามาฟังการพิจารณาคดีกรณีสังหารหมู่ชาวยิวในสงครามโลกที่มีฮันน่าเป็นจำเลย ซึ่งเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าฮันน่าทำผิดร้ายแรงเอาไว้ จุดพีคคือไมเคิลรู้ความลับบางอย่างของฮันน่า ซึ่งเป็นความลับที่สามารถทำฮันน่าพ้นผิดได้ แต่เขาไม่สามารถบอกความลับนั้นกับใครได้เลย

เธอทำผิดขนาดนั้น แถมยังจากไปไม่ลาซักคำ ตกลงเธอรักฉันบ้างไหม

แน่นอนความรู้สึกของไมเคิลคือทั้งโกรธ ไม่เข้าใจ น้อยใจ แต่ยังรักมาก ในขณะที่เขาไม่รู้ว่าฮันน่านั้นรักเขาบ้างหรือเปล่า เขาเองก็จนมุมกับการช่วยเหลือฮันน่าให้พ้นผิด จำต้องปล่อยไปตามคำตัดสินของศาลซึ่งฮันน่าต้องติดคุกอีกหลายปี สิ่งที่เขาทำได้ (Ralph Fiennes รับบทไมเคิลตอนเป็นผู้ใหญ่) คือบันทึกเสียงการอ่านหนังสือ แล้วส่งเทปไปให้ฮันน่าในคุก เขาอ่านหนังสือจำนวนมากและส่งเทปไปให้ฮันน่าอย่างต่อเนื่อง จนวันหนึ่งเขาได้รับจดหมายจากเรือนจำ ซึ่งเป็นจดหมายจากฮันน่า…ถ้าใครได้ดูมาถึงตรงนี้ รับรองถ้าไม่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก ก็ต้องมีน้ำตาซึมบ้างล่ะ

The Reader เป็นหนังปี 2008 กำกับโดย Stephen Daldry เป็นหนังที่พาให้ Kate Winslet ได้รางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมปี 2009 และยังเข้าชิงรางวัลใหญ่ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยมอีกด้วย บอกได้เลยว่าเรื่องนี้เป็นหนังโรแมนติกดราม่าที่ทรงพลังและประทับตราตรึงใจมาก

ส่องดู ภาพยนตร์ไทยน่าดู ภายในเดือนสิงหาคมนี้

                พึ่งจะผ่านปีใหม่ไปได้ไม่นาน รู้ตัวอีกที ตอนนี้ก็ผ่านมาครึ่งปีซะแล้ว ซึ่งในปีนี้มีหนังภาพยนตร์น่าดูเข้ามามากมายหลายต่อหลายเรื่องเลย ซึ่งหนังไทยของบ้านเราเองก็ไม่น้อยหน้า ขนมากันเพียบไม่แพ้กันซึ่ง วันนี้เราจะมาแนะนำหนังไทยน่าดู ในช่วงก่อนเดือนสิงหาคม กันบ้าง จะมีเรื่องที่คุณรออยู่รึป่าว ไปดูกันเลย

7days เรารักกันจันทร์-อาทิตย์

เรื่องราวของ แทน เชฟหนุ่มสุดหล่อ เขาเป็นแฟนกับสาวนักวิจารณ์อาหารอย่าง มิน ซึ่งทั้งสองเป็นแฟนที่ถือว่ารักกันดี แต่แทนจะมีนิสัยที่ชอบกวนประสาทมินอยู่เป็นประจำ แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสองได้เกิดเรื่องราวทะเลาะกันจนกลายเป็นจุดแตกหัก พอวันถัดมา แทนกลับค้นพบว่า ตนเองต้องตื่นมาในทุก ๆ เช้า และเข้าไปอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้ถึง 7 คน 7 วัน ด้วยกัน ไล่ไปตั้งแต่วันจันทร์ – อาทิตย์ ซึ่งเรื่องราวสุดแปลกประหลาดนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอน มินจึงไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนทำให้แทนที่ต้องไปอยู่ในร่างคน ต่าง ๆ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้แฟนสาวของตนเชื่อ และช่วยแก้ปมปริศนาในครั้งนี้ให้จงได้ แค่หนังตัวอย่างที่ออกฉาย ก็เรียกเสียงจากคนดูได้มากแล้ว แถมได้นักแสดงสาวฮอตอย่าง มิว นิษฐา มาประกบคู่กับพิธีกรสุดหล่อ กันต์ กันตถาวร ซึ่งขอบอกว่าทั้งคู่แสดงเป็นคู่รักได้ธรรมชาติมาก ๆ ทำให้คนดูที่ได้ไปดูฟินกันแน่นอน โดยสามารถตามไปลุ้นต่อได้แล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

App War – แอปชนแอป

หนังใหม่มาแรงอีกเรื่อง ที่ได้นักแสดงวัยรุ่นที่โด่งดังอยู่ตอนนี้มาร่วมแสดงกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น นัท ณัฏฐ์ กิจจริต พระเอกมิวสิควิดีโอภาพจำ ของ ป็อป ปองกูล ประกบ จิงจิง วริศรา ยู ไทยซูเปอร์โมเดลปี 2012 นางแบบสาวหน้าเก๋ ในเอ็มวี แพ้ทาง ของลาบานูน แถมเรื่องนี้ยังได้ อร BNK48 สาวน้อยจากวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของประเทศ มาร่วมแสดงอีกด้วย พร้อมนักแสดงวัยรุ่นหลากหลายคาแรคเตอร์ที่เราพอจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วมากมาย โดยเนื้อเรื่องหลัก จะเป็นการต่อสู้แย่งชิงชัยชนะในการแข่งขันสร้างแอปพลิเคชัน ที่แบ่งเป็นฝ่ายชายและหญิง ซึ่งทำแอปออกมาเหมือนกันเป๊ะ แต่ละทีมจึงต้องส่งลูกทีมเพื่อแฝงตัวไปดูกลยุทธ์การตลาด และความลับของอีกฝ่ายมา ให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะชนะในการแข่งขันแอปนั่นเอง โดยจะเข้าฉายในวันที่ 1 สิงหาคม

ขุนพันธ์ 2 – Khun Phan 2

จากกระแสโด่งดังปากต่อปาก ของขุนพันธ์ในภาคแรก สู่ภาค 2 ที่ทุกคนต่างรอคอย ขุนพันธ์ 2 เรื่องราวในยุคที่กฎหมายอ่อนแอ คนชั่วครองเมือง ความยุติธรรมเป็นเพียงคำพูด ทุกพื้นที่ภาคกลางถูกครอบครองด้วยอิทธิพลแห่งเสือฝ้ายและเสือใบ  ขณะที่ขุนพันธ์หมดศรัทธาในกฎหมายแล้ว เขาจึงยอมเข้าข้างโจร อย่างเสื้อฝ้ายและเสือใบ  ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นตำรวจที่ซื่อสัตย์ต่อบ้านเมืองมากก็ตาม รับประกันความมันยิงกันสนั่น ทั้งคาถาอาคมมาเต็มแน่นอน เข้าฉายวันที่ 9 สิงหาคม นี้

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ 3 หนังน่าดู ภายในเดือนสิงหาคม ที่มีมาให้คุณอย่างครบรสเลย หวังว่าจะถูกใจไม่ใช่น้อย คนไทยด้วยกันอย่าลืมอุดหนุนหนังไทยด้วยล่ะ

 

WHEN I GET HOME ผมล่ะเพลีย..เมียแกล้งตาย หนังรักแดนปลาดิบที่มาแรงที่สุดในตอนนี้!

                ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังรักจากประเทศแดนอาทิตย์อุทัยอย่างญี่ปุ่น ทุกคนก็ต้องนึกถึง ความรักบริสุทธิ์แสนกินใจ ที่มีดราม่าน้ำตานอง กันแน่ ๆ เลยใช่ไหมล่ะ เพราะประเทศนี้ขึ้นชื่อเรื่องการทำหนังแบบบีบคั้นหัวใจคนดูอยู่แล้ว ซึ่งคอภาพยนตร์หนังรักญี่ปุ่น หลาย ๆ คนคงจะพอทราบกันดี ซึ่งในปีนี้ก็มีหนังรักเข้าโรงมาหลากหลายเรื่อง มาให้เราได้ฟิน กันหนึ่งในนั้นก็มี WHEN I GET HOME ผมล่ะเพลีย..เมียแกล้งตาย ภาพยนตร์หนังรักคอมเมดี้ สะท้อนวัยหนุ่มสาวกับชีวิตหลังแต่งงาน ซึ่งได้ผู้กำกับ โทชิโอะ ลี ผู้ที่เคยฝากผลงานจากเรื่อง Detroit Metal City, 2008 : ดีทรอยด์ เมทัล ซิตี้ มาแล้ว และในครั้งนี้ โทชิโอะ ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมหนังรักที่เป็นกระแสอันโด่งดังไปทั่วโซเชียล

WHEN I GET HOME ในชื่อภาษาไทยคือ ผมล่ะเพลีย..เมียแกล้งตาย ได้ออกตัวอย่างแรกออกมาให้เราได้ชมกันแล้ว ซึ่งสามารถเรียกเสียงฮือฮาแก่ชาวเน็ตได้เป็นอย่างและถูกแชร์กันอย่างมากมายเพราะพล็อตเรื่องมันน่าตลกดีเสียงจริง ๆ เพราะคุณจะได้พบกับ จิเอะ แม่บ้านสาวแสนสวยภรรยาของ จุน ที่แต่งงานกันได้ 3 ปีแล้ว ซึ่งภายในตัวอย่างแรกจะเป็นฉากที่ จุน กลับมาจากที่ทำงาน และเห็น จิเอะ ภรรยานอนเลือดกบปาก ดวงตาเบิกโพลงอยู่ ซึ่งจุนถึงกับตกใจสุดขีดและกำลังโทรเรียกรถพยาบาล แต่จิเอะก็ลุกขึ้นมาซะก่อน พร้อมบอกว่า เหวอเลยล่ะสิ พร้อมระเบิดเสียงหัวเราะทำให้จุนรู้ว่าตนถูกอำเล่น แล้วหลังจากนั้นมา จิเอะ ก็เริ่มแกล้งตาย โดยทุกครั้งแต่จุนกลับมาบ้าน จิเอะ ก็ตายให้เขาเห็นทุกวัน ไม่ซ้ำกัน ไม่ว่าจะเป็น แกล้งตายในสนามรบเอย โดนธนูปักหัวเอย  ซึ่งเขาก็ได้เล่นตามน้ำของเธอไป เพราะคิดว่าเธอคงแกล้งขำ ๆ แต่เวลาผ่านไป เขาเริ่มเบื่อหน่าย กับการกระทำของเธอเลยคอยถามเธอว่า เธอทำไปเพื่ออะไร? ที่สำคัญเลยก็คือภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริงของชายคนหนึ่งที่เข้ามาปรึกษาปัญหาชีวิตคู่ของภรรยาตัวเองในกระทู้ดังบนเว็บ ยาฮู (Yahoo! Answer) จนมีผู้ติดตามกระทู้ของเขามากกว่า 4 ล้านคน เลยถูกนำไปเขียนเป็นมังงะ, VOCALOID และล่าสุดบนจอแผ่นฟลิม์ด้วย!

WHEN I GET HOME จะเป็นหนังที่ทำให้ทุกคู่รัก รักกันหลังแต่งงานมากขึ้น

ถึงแม้กระแสของหนังเรื่องนี้จะมาในรูปแบบแนวตลก คอมเมดี้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ตัวหนังสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคู่รักหลังจากที่แต่งงานกันได้เป็นอย่างดี คนรักสองคนที่ตกลงปลงใจออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียวกัน สร้างครอบครัวด้วยกัน ก็ต้องมีปัญหาเข้ามาด้วยอยู่แล้ว ทั้งเรื่องของความสัมพันธ์ที่ต้องเข้าอกเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น แข็งแรงมากขึ้น ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่ถาโถมมามากขึ้นพร้อมกับอายุที่มากขึ้นทุกวันด้วย ทำให้พระเอกเริ่มแสดงความเย็นชากับนางเอก ที่เฝ้ารอเขากลับมาบ้านทุกวัน การแกล้งตายอาจจะเป็นสีสันให้ชีวิตคู่ของเขาและเธอ กลับมารักกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมมากกว่าที่ควรจะเป็นก็เป็นได้

ซึ่งชีวิตคู่ของจิเอะและจุนจะเป็นอย่างไรต่อไป จุนจะทนกับพฤติกรรมแกล้งตายของภรรยาตัวเอง ได้ถึงไหนกัน ตามไปลุ้นต่อได้วันนี้ทุกโรงภาพยนตร์

 

ย้อนเวลา พาดูหนังรักสไตล์เกาหลีสุดประทับใจ

หลายปีก่อน ในช่วงที่วงการภาพยนตร์เกาหลีเริ่มจะรุ่งเรือง และข้ามน้ำข้ามทะเลมาตีตลาดภาพยนตร์ในไทย มีหนังรักสไตล์เกาหลีมากมายที่แปลกใหม่ในยุคนั้น และโดนใจคนไทยอย่างเรา ๆ ให้เสียเงินซื้อตั๋วเข้าชมกันเป็นจำนวนมาก หนังรักอันเป็นต้นฉบับของหนังรักฉบับเกาหลีมาจนถึงยุคปัจจุบันนั้น เป็นหนังที่เคยสร้างความประทับใจให้ใครหลายคน ทั้งเรียกน้ำตา และให้ความอบอุ่นแบบฟิน ๆ กันไป จะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย

The Classic (2003)

แม้ว่าจะเข้าฉายตั้งแต่ปี 2003 แต่หนังเรื่อง The Classic ก็ยังคงความคลาสสิกไว้ได้สมกับชื่อเรื่องจริง ๆ เพราะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักที่มีอุปสรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็มีอารมณ์ร่วม หรือ “อิน” ไปด้วยได้ไม่ยาก หนังเล่าเรื่องราวยุคปัจจุบัน สลับกับอดีต ผ่านการอ่านจดหมายของนางเอก ที่บังเอิญไปพบเข้ากับกล่อง ๆ หนึ่งซึ่งแม่ของเธอได้เก็บเอาไว้ ทำให้เธอได้รับรู้เรื่องราวของชายคนรักคนหนึ่งของแม่ เจ้าของลายมือในจดหมายเหล่านั้น และในขณะเดียวกัน เรื่องราวความรักของเธอเองก็ต้องพบกับอุปสรรคสำคัญ เพราะเธอดันตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกับเพื่อนสนิท โดย ซอนเยจิน นักแสดงสาวหน้าหวาน รับบทเป็นทั้งนางเอกในพาร์ทอดีต และปัจจุบัน หนังมีจุดที่หักมุมได้แบบเซอร์ไพรส์และอบอุ่นมาก ๆ จนทำให้สาว ๆ หลายคนเพ้อฝันอยากเจอความรักที่เป็นพรหมลิขิตแบบในหนังบ้าง แล้วก็มีฉากลืมร่ม ซึ่งกลายเป็นฉากรักกุ๊กกิ๊กในตำนานไปแล้ว

My Sassy Girl (2001)

หนึ่งในหนังเกาหลีที่มีการเอาไปรีเมคเป็นฉบับฮอลลีวูด ได้นักแสดงสาวสุดฮอตในยุคนั้นอย่าง จวนจีฮยุน มารับบทเป็นหญิงสาวผู้เมาไม่ได้สติจนกระทั่งพระเอกสุดเฉิ่มที่รับบทโดย ชาแทฮย็อน มาช่วยเธอเอาไว้ โดยพาไปพักผ่อนที่โรงแรม แต่กลับถูกนางเอกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกวิตถารที่หวังจะเคลมเธอ เขาจึงรู้สึกว่าตัวเองนั้นซวยมาก ที่ได้มาช่วยยัยผู้หญิงตัวร้าย ที่อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้แบบเธอ แต่หลังจากนั้น เมื่อทั้งคู่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ และสนิทสนมกันมากเรื่อย ๆ ความรู้สึกที่มีต่อกันก็ได้แปรเปลี่ยนไป แต่ทว่านางเอกของเรากลับมีเรื่องราวที่ปิดบังซ่อนอยู่ แล้วความรักของทั้งคู่ลงเอยอย่างไรนั้น ใครที่ดูแล้วก็คงทราบกันดี แต่ใครที่เกิดไม่ทัน แนะนำว่าให้หามาดูด่วน เพราะเป็นหนังที่พลาดไม่ได้จริง ๆ

Il Mare (2000)

หนังรักคลาสสิกซึ้ง ๆ สไตล์เกาหลีอีกเรื่อง ที่คอหนังเกาหลีในสมัยนั้นรู้จักกันดี หนังมีการเล่นกับมิติของเวลา อันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตัวเอกทั้งสองไม่อาจพบกันได้ตามใจปรารถนา ได้แต่สื่อสารกันผ่านตู้จดหมาย ที่ดูเหมือนจะเป็นไทม์ แมชชีน หนังได้จวนจีฮุน และลีจุงแจ มารับบทนำ โดยสถานที่ที่เป็นฉากหลักของเรื่องก็คือบ้านริมทะเล หรือที่เรียกว่า “Il Mare” ตามชื่อหนังนั่นเอง ถือเป็นหนังเรื่องแรก ๆ ที่มีการเล่นกับมิติของเวลาได้อย่างน่าสนใจ และเป็นอีกเรื่องที่มีการเอาไปรีเมคเป็นฉบับฮอลลีวูด

จนถึงทุกวันนี้วงการภาพยนตร์เกาหลีได้รุ่งเรือง และมีหนังรักออกมามากมาย แต่หนังรักต้นตำรับก็ยังคงเป็นที่จดจำ ตราตรึงอยู่ในใจของผู้ชมจนถึงปัจจุบัน