ถ้ายังไม่รู้จักหนัง จะตัดสินใจอย่างไรไม่ให้พลาดหนังดี

ใคร ๆ อาจจะรู้หรือมีทริกในการเลือกดูหนังเป็นของตนเองอยู่แล้ว แต่หากใครยังไม่รู้เราก็มีทริกง่าย ๆ ในการเลือกดูหนังให้ไม่พลาด ต่อให้คุณไม่รู้จักหนังเรื่องนั้น ๆ ก็ตัดสินใจได้ทันที ว่าควรเสียเงินดูหรือไม่

1.ดูทีเซอร์

ทีเซอร์หรือตัวอย่างหนังที่ใช้โปรโมทก่อนออกฉายจริง เป็นตัวสรุปหรือเกริ่นนำที่บอกเราได้ว่า เรื่องราวของหนังจะเป็นไปในแนวทางไหน จะดึงดูดให้ติดตาม สร้างความลุ้นระทึก ตื่นเต้น สับสน หรือเบื่อหน่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ดู สามารถเดาทางได้ว่าเป็นแบบไหน หรือเดาไม่ได้เลย มีส่วนในการทำให้เราเลือกดูหนังได้ง่ายขึ้น

  1. ดูเนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องที่มีแปลกใหม่ หลากหลาย มีปมเหตุการณ์หรือความสัมพันธ์ของตัวละครที่ซับซ้อนน่าสนใจ และหากเป็นเนื้อเรื่องแนวที่คุณชอบ ก็จะทำให้คุณเลือกดูหนังได้อย่างไม่ลังเล เนื้อเรื่องดี ก็มีชัยไปแล้วเกือบครึ่งที่จะสร้างความประทับใจ สร้างความเซอร์ไพรส์ในขณะดูหนัง

  1. อย่าพึ่งอ่านสปอย

การอ่านดูสปอยหนังก็เหมือนกับการได้อ่านตอนจบนั้นแล้ว โดยที่คุณเองยังไม่ทันได้เริ่มต้นดูเลย และการสปอยนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นและรสนิยมความชมชอบส่วนตัวของบุคคลหนึ่ง ๆ เท่านั้น ซึ่งแสดงความคิดเห็นในมุมมองของคนคนนั้นเอง ซึ่งความชอบของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป บางคนชอบน้ำหวานเย็น บางคนชอบน้ำอัดลมซู่ซ่า รสชาติการเสพไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถนำเอาตีความไปเลยได้ว่า หนังเรื่องนั้นไม่สนุก บางเรื่องที่ใครหลายคนว่าไม่สนุก คุณอาจชอบมันก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่าการอ่านสปอยหนังจะไม่ดี ไม่ควรอ่านก่อนดูหนังเลย การอ่านสปอย สำรวจสปอยหนังเรื่องหนึงก่อนดู มีข้อดีเช่นเดียวกันเพราะการที่มีสปอยหนังไปทางลบมากกว่าบวก จะช่วยคุณในการพิจารณาได้ดีมากขึ้น ก่อนจะตัดสินใจดูหนังเรื่องนั้น

  1. ดูกระแสในขณะนั้น

ยิ่งหนังนั้นออกฉายและมีคนบอกต่อกันมากเท่าไร นั่นแปลว่าหนังเรื่องนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่สนุกและน่าสนมากก็ได้ การันตีได้ว่าคงไม่เสียใจที่ได้ดู แต่ขณะเดียวกันก็อย่าพึ่งเชื่อไปเสียทีเดียว บางทีเราอาจจะตกเป็นเหยื่อของการโปรโมทหนังได้เช่นเดียวกัน จึงควรพิจารณาข้ออื่น ๆ ปะกอบด้วย

  1. ผู้กำกับ

ผู้กำกับแต่ละคนมีสไตล์การกำกับเฉพาะตัวเป็นของตนเอง ผู้กำกับที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักดีจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าหนังที่คุณเลือกดูนั้น จะเป็นแนวไหนอย่างน้อยคงจะสร้างเซอร์ไพรส์อะไรได้พอสมควร และหากคุณรู้จักผู้กำกับภาพยนตร์ก็คงจะมีภาพในหัวไว้อยู่แล้ว และมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง

สุดท้ายคุณต้องเปิดใจกับหนังเรื่องนั้น ๆ หากคุณไม่เปิดใจ ในการดูหนังมัวแต่สนใจสปอยจากแหล่งต่าง ๆ หรือคำบอกเล่าของใครมากเกินไป มันจะกลบความสนใจ ความคิดของคุณไป กลายเป็นเป็นปิดใจและมีอคติให้กับหนัง ผู้กำกับ องค์ประกอบอื่น ๆ ดังนั้นอย่าพึ่งเชื่อใครมากเกินไป ลองดูสักตั้งก่อนสิไม่แน่ คุณอาจจะได้เปิดมุมมองใหม่ก็ได้นะ

 

“หนังที่ดีและสนุก” มักจะมีอะไรอยู่บ้าง?

หลายท่านคงจะสงสัยใช่ไหมล่ะว่า หนังที่ดีเป็นอย่างไร จะไปรู้มันทำไมหรือน่าสงสัยตรงไหน แค่ดูแล้วสนุกหัวเราะ นั่นแหละก็เป็นหนังที่ดีแล้ว เราจะบอกว่ามันก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก เพราะหนังที่สนุกบางครั้งก็อาจไม่ใช่หนังที่ดี หนังที่ดีบางทีก็ไม่จำเป็นต้องสนุก สรุปแล้วจะยังไงต่อล่ะนี่? เราแค่จะมาบอกคุณว่า หนังที่ดีนะต้องมีอะไรบ้างเท่านั้นเอง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการดูหนัง และการดูหนังของคุณจะมีอรรถรสมากขึ้น

1.เนื้อหนัง

หมายถึงเนื้อเรื่องของภาพยนตร์นั้นเอง หนังส่วนใหญ่ที่เราได้รับชมกัน หรือแม้ละครและซีรีย์ต่างประเทศที่เราดู ล้วนนำเนื้อหามาจากหนังสือนิยายทั้งสิ้น หรือนำมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของบุคคลในแวดวงระดับชนชั้นต่าง ๆ นำมาทำเป็นหนัง และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้หนังเรื่องนั้นเป็นหนังที่ดีและสนุกได้ พื้นฐานเลยต้องมาจากเนื้อเรื่องที่มีความแปลกใหม่หลากหลาย มีปม เหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีเนื้อหาที่อ้างอิงใกล้ชิดกับความเป็นจริงที่เจอได้ในชีวิตประจำวัน หรือเพ้อฝัน ยิ่งทำให้ผู้ชมสามารถสัมผัสหรือจินตนาการได้ง่าย และน่าสนใจ เมื่อพื้นฐานเรื่องดี หนังเรื่องนั้นย่อมมีการดำเนินเรื่องที่ดี

2.ตัวละครและนักแสดง

ความสัมพันธ์ของตัวละครและนักแสดง นักแสดงมีความเหมาะสมตรงคาแร็คเตอร์ของตัวละคร นักแสดงมีความเป็นมืออาชีพทางในการแสดง อินกับบทบาทที่ได้รับ ทำให้มีความสมจริง ผู้ชมสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของตัวละคร ส่งผลต่อความไหลลื่นไม่ขัดต่อความรู้สึกในการดูหนัง ซึ่งหนังเรื่องหนึ่งจะสนุกได้ก็สามารถเห็นได้ชัดเจนเช่นเดียวกันจากการดูการแสดงที่สื่ออกมาของนักแสดงคนนั้น คุณคงไม่อยากดูหุ่นยนตร์ที่พูดได้แต่แข็งทื่อเหมือนท่อนไม้หรอกนะ

3.การตัดต่อ

การตัดต่อภาพและเสียงก็มีส่วนสำคัญมากเช่นเดียวกัน ในการเล่าเรื่องราวบรรยายเหตุการณ์ของหนังให้ผู้รับชม สามารถเข้าใจเรื่องราวของหนังได้ง่าย แสดงมุมมองต่าง ๆ ของตัวละครและเหตุการณ์ และเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าหนังเรื่องที่คุณกำลังจะเลือกดูนั้นสนุกหรือไม่สนุก เข้าใจเรื่องราวในหนังได้มากแค่ไหน ทำให้หนังนั้นน่าสนใจและติดตามมากขึ้น

4.องค์ประกอบศิลป์และแสงสี

องค์ประกอบศิลป์และแสงสี เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้หนังนั้นเป็นหนังที่ดี เพราะหนังก็เหมือนเป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่ต้องมีสีสัน และแสดงอารมณ์ความรู้สึกหลากหลาย รวมถึงสะท้อนอะไรบางอย่างให้กับผู้รับชมได้สัมผัสได้สัมผัสถึง การใช้ศิลปะการออกแบบฉาก แสงสีที่ใช้ในหนังล้วนแสดงอารมณ์ความนึกคิดของตัวละคร อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าหนังที่กำลังดูอยู่เป็นหนังแนวไหน แนวดารก์ฆาตกรรม ลึกลับ เวทย์มนตร์ หรือแนวตลกโปกฮา ถ้าคุณสังเกตดี ๆ คุณจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบศิลป์ แสงสี โทนภาพจะมีความแตกต่างกัน บอกถึงอารมณ์หนัง ส่งผลให้ผู้รับชมเกิดความรู้สึกที่หลากหลากหลายรับรู้อารมณ์ของหนัง ตัวละคร ได้ชัดเจน สร้างคุณค่าให้กับหนัง

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นในการเลือกดูหนังที่มีแนวโน้มว่าจะสนุกและเป็นหนังที่ดี เพราะหากเรารู้ทริกเล็ก ๆเหล่านี้ เราก็จะผิดหวังน้อยลงเมื่อเลือกหนังเรื่อง ๆ หนึ่งมาดู

 

Charlie Hunnam แง้มเหตุผลที่รับบทในภาพยนตร์ King Arthur

หนุ่มหล่อ มาดดี กล้ามโตอย่าง Charlie Hunnam ผู้ซึ่งเคยมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Pacific Rim กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ชิ้นใหม่ เป็นภาพยนตร์เรื่อง King Arthur ซึ่งเป็นภาพยนตร์จากผู้กำกับ กาย ริทชี่

ซึ่ง Charlie Hunnam ได้ให้เหตุผลในการรับบทภาพยนตร์เรื่อง King Arthur ว่า “สมมติว่าย้อนกลับไปในวัยเด็กของผม ด้วยเหตุบางอย่าง ผมไม่ค่อยจะสนใจชีวิตความเป็นอยู่ปกติๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความรักใคร่ ความกังวลใจของวัยรุ่น และความกลัวเมื่อเริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวข้องที่เป็นเรื่องร่วมสมัยก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจเช่นกัน ผมสนใจในเรื่องของคนทั่วไปที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ไม่ธรรมดา ผมไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงเป็นอย่างนั้น แต่ผมก็เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว”

จากเหตุผลของเขา ทำให้เรารู้ว่าเขามีความสนใจแตกต่างกับบุคคลอื่น ๆ ทั่วไป ตั้งแต่การใช้ชีวิตในวัยเด็ก เขามีความสนใจในเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา และนั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เขามารับบทในภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่เรื่องนี้ก็เป็นได้

King Arthur: Legend of the Sword

King Arthur: Legend of the Sword ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัยแฟนตาซีสุดอลังการแหวกแนวตำนานสุดคลาสสิคของดาบเอกซ์แคลิเบอร์ มีการติดตามชีวิตของอาร์เธอร์ตั้งแต่ชีวิตธรรมดาจนถึงการได้ขึ้นครองบัลลังก์ พ่อของอาร์เธอร์ถูกฆ่าตายตั้งแต่เด็ก วอร์ทิเกิร์น (จู๊ด ลอว์) ลุงของอาร์เธอร์ได้ฉวยโอกาสครองมงกุฎ ชิงสิทธิโดยชอบธรรมของเขาและเขาเองก็ไม่รู้ชะตาชีวิตที่แท้จริงของตนเอง อาร์เธอร์เติบโตด้วยความยากลำบากในตรอกเล็กๆ ของเมือง แต่เมื่อเขาดึงดาบขึ้นมาจากหินได้ ชีวิตเขาเกิดพลิกผันและทำให้พบกับชะตาชีวิตที่แท้จริงของตัวเอง.. แม้ว่าเขาจะยินดีหรือไม่ก็ตาม

สำหรับบ้านเราได้ทำการเข้าฉายไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา แต่สำหรับเมืองนอกจะมีกำหนดฉายในเดือนพฤษภาคม ซึ่งช้ากว่าบ้านเราเล็กน้อย

 

theguardian.com/

 

Wonder Woman ภาพยนตร์ฮีโร่หญิง จากผู้กำกับหญิง สุดตื่นตาตื่นใจ

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่พูดถึงภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่อย่าง Wonder Woman แล้วล่ะค่ะ เพราะถือว่าเป็นภาพยนตร์ใหญ่ที่น่าสนใจมาก ๆ และเรียกกระแสฮือฮาได้ตั้งแต่มี trailer ก่อนเข้าฉายแล้ว อีกทั้งนักแสดงนำยังเป็นนักแสดงหญิง ที่ได้ กัล กาดอต มาเป็นนักแสดงนำ และที่สำคัญคือ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ยังเป็นผู้หญิงด้วย จึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เข้าใจในมุมมองของผู้หญิงมากยิ่งขึ้น

.

.

Wonder Woman เป็นเรื่องราวของ ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเทอมิสกีร่า เธอและชนเผ่าอาศัยอยู่บนเกาะห่างไกลและถูกปกป้องไว้จากโลกภายนอก จนกระทั่งวันหนึ่งที่เครื่องบินของชาวอเมริกันบินมาตกในบริเวณใกล้เคียง กัปตันสตีฟ เทรเวอร์ (รับบทโดย คริส ไพน์) จึงกลายเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้ย่างกร่างเข้าสู่ดินแดนพิเศษแห่งนี้ การมาถึงของสตีฟทำให้ไดอาน่าได้รับรู้ถึงการต่อสู้อันรุนแรงที่โลกภายนอก เธอจำต้องตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเพื่อออกไปหยุดยั้งภัยสงครามร่วมกับกลุ่มชายฉกรรจ์

.

.

ซึ่งเรื่องราวของภาพยนตร์นี้เป็นการบอกเล่าที่มาของ Wonder Woman และเป็นการปูทางไปสู่ภาพยนตร์ใหญ่ปลายปีนี้กับเรื่อง Justice League ภาพยนตร์ที่รวบรวมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ไว้ด้วยกัน

.

ในภาพยนตร์ ผู้ชมจะได้เห็นตัวละครฮีโร่สาวผ่านมุมมองของผู้กำกับเพศหญิง ทั้งในมุมมองแบบเหมารวม (ผู้ชายทั้งโลก) ที่มีทัศนคติต่อเพศหญิงและการกีดกันและการจำกัดสิทธิต่าง ๆ ของเพศหญิง อีกทั้งยังเล่าถึงความหดหู่ในช่วงสงครามที่ผู้คนต้องพบเจออีกด้วย

.

.

สำหรับใครที่ชื่นชอบภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ Wonder Woman ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าจับตามอง เพราะมีความพิเศษตรงที่มีผู้หญิงเป็นนักแสดงนำ อีกทั้งยังผสมผสานความสนุกสนาน บู๊ และเรื่องเล่าจากเทพนิยายได้อย่างลงตัว

 

hollywoodreporter