คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด (ตอนที่ 2/2)

คริสโตเฟอร์ โนแลนด์  เกิดเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1970 (ปีนี้เขาก็จะอายุครบ 49 ปี) เขาเกิดที่ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันเขาถือสัญชาติอังกฤษ-อเมริกัน บนเส้นทางการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์กว่า 20 ปี เขาได้เริ่มจากหนังเล็กๆ ทุ่นต่ำ ค่อยๆ เติบโต และจุดเปลี่ยนในเส้นทางอาชีพของเขาคือการได้รับรางวัลทางภาพยนตร์ จนได้รับโอกาสทำภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ขึ้นและเขาก็เติบโตก้าวกระโดดอย่างมากในช่วง 10 ปีหลัง หนังของเขาหลายเรื่องติดอันดับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดเลยทีเดียว และนี่คือหนัง 7 เรื่องของโนแลนในช่วง 10 ปีหลัง

Batman Begins (2005) หนังเฟรนด์ไชน์วีรบุรุษรัตติกาลเรื่องนี้ นำแสดงโดย Christian Bale (ในบท Bruce Wayne และ Batman) ร่วมด้วย Michael Caine, Gary Oldman, Cillian Murphy            และดาราดังอีกมากมาย โนแลนได้ปลุกกระแสแบทแมนฮีโร่รัตติกาล ด้วยการตีความใหม่ที่มีความทันสมัยและสร้างตัวละครให้มีมิติทางความคิดที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น (งานถนัดเฮียโนแลนล่ะ) ไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนหนัง เขายังได้รับกระแสที่ดีจากนักวิจารณ์อีกด้วย

The Prestige (2006) ศึกมายากลหยุดโลกเรื่องนี้ได้ Christian Bale, Hugh Jackman และ Michael Caine มาร่วมแสดง มีการแข่งขันและหักเหลี่ยมไปมา จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมและฆาตกรรมที่สมบูรณ์แบบ และยังทิ้งคำถาม Are you watching closely? ที่เป็นเหมือนคำคมให้แฟนหนังน่าขบคิดกัน

The Dark Knight (2008) หนังภาคต่อของ Batman Begins เป็นเรื่องที่ทำรายได้ถึง 1000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเท่าที่เขาเคยทำหนังมา หนังที่ใครต่างยกย่อง ชื่นชม ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 8 สาขา และ Heath Ledger (ซึ่งเสียชีวิตหลังจากถ่ายทำเสร็จ) ก็ชนะรางวัลนักแสดงสมทบชายในปีนั้นด้วยบทบาท Joker อันโด่งดัง

Inception (2010) อีกเรื่องที่ทำรายได้ทั่วโลกสูงถึง 800 ล้านดอลลาร์ หนัง sci-fi thriller ที่ว่าด้วยการฝันซ้อนฝัน เป็นความแปลกใหม่ในวงการภาพยนตร์ และเป็นหนังที่มีการถกเถียงอภิปรายมากที่สุดในปีที่ออกฉาย ได้ Leonardo DiCaprio นำทัพนักแสดงดังอีกมากมาย อาทิ Joseph Gordon-Levitt, Tom Hardy, Cillian Murphy, Ellen Page ได้เข้าชิงออสการ์ถึง 8 สาขา และชนะมาได้ถึง 4 รางวัล

The Dark Knight Rises (2012) ภาคจบของหนังแบทแมน (Nolan’s Batman trilogy) ทำลายสถิติหนังรายได้สูงสุดของตัวเองด้วยรายได้ทั่วโลก 1,084 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่ทำให้แฟนหนังที่รอคอยผิดหวังเพราะเป็นบทสรุปที่น่าทึ่งถือเป็นมหากาพย์ที่คงอยู่ในใจแฟนหนังไปอีกนาน

Interstellar (2014) หนัง Drama-SciFi ผจญภัยในอวกาศ นำแสดงโดย Matthew McConaughey, Anne Hathaway และ Jessica Chastain หนังเรื่องนี้นอกจากการถ่ายทำที่ออกมาดีสมจริงและยิ่งใหญ่แล้ว เรายังได้เห็นความอัจฉริยะและความเปี่ยมไปด้วยจินตนาการของโนแลนผ่านบทภาพยนตร์ที่เขาถ่ายทอดออกมา หนังทำรายได้ทั่วโลกถึง 670 ล้านดอลลาร์ ได้เข้าชิงออสการ์ถึง 5 สาขาและชนะรางวัลในสาขา Best Achievement in Visual Effects

Dunkirk (2017) ภาพยนตร์แนวสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เล่าเรื่องผ่าน 3 มุมอง ได้แก่ พลทหารภาคพื้นดิน นักบินภาคอากาศ และจิตอาสาที่นำเรือออกมาช่วยพาเหล่าทหารกลับบ้าน เป็นการจำลองเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม – 4 มิถุนายน 1940 ที่อ่าว Dunkirk ประเทศฝรั่งเศส หนังทำรายได้ทั่วโลกถึง 525 ล้านดอลลาร์ถือเป็นหนังเรื่องแรกที่โนแลนได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลออสการ์ในฐานะผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Achievement in Directing)

ทั้งหมดนั่นคือหนังของผู้กำกับขวัญใจแฟนหนังทั่วโลก และมีข่าวดีสำหรับติ่งโนแลนด์ เพราะค่ายหนังยักษ์ใหญ่อย่าง Warner Bros ได้ประกาศออกมาแล้วว่าหนังเรื่องต่อไปของโนแลนจะปล่อยออกมาให้ได้ชมกันเดือนกรกฎาคม ปี 2020… อดใจรออีกปีเดียว

คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ หนึ่งในผู้กำกับภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด (ตอน 1/2)

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หนังของโนแลนเนี่ย มันเจ๋งและเทพมากจริงๆ หนังของโนแลนมักจะมีจุดเด่นตรงการเล่าเรื่อง (storytelling) การลำดับภาพที่มักจะสลับเหตุการณ์ไปมา (nonlinear timelines) มีการนำเสนอปมของตัวละครและการคลายปมที่สร้างความประหลาดใจให้กับคนดูเสมอ จากจุดเริ่มต้นที่เขามีกำลังทำหนังด้วยทุนสร้างเพียงน้อยนิด ปัจจุบันเขาผงาดขึ้นเป็นผู้กำกับแนวหน้า ทำหนังฟอร์มใหญ่ ต้นทุนสูงทั้งนั้น และแม้หนังจะมีโปรดัคชั่นที่ใหญ่ขนาดไหน และมีความคาดหวังทางรายได้มากขึ้นเท่าใด โนแลนก็ยังคงคอนเซ็ปต์เขียนบทและกำกับเอง (Writer-Director) และก็ไม่เคยละทิ้งสไตล์และเอกลักษณ์ความเป็นโนแลนเลยซักครั้ง เราจะพาทุกท่านไปรู้จักหนังของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ตั้งแต่เรื่องแรกจนถึงเรื่องล่าสุดกันเลยทีเดียว

Following (1998) ในระหว่างโนแลนด์เรียนวรรณคดีอังกฤษ ที่ University College London เขาได้เรียนรู้เทคนิคการทำภาพยนตร์และได้ทำภาพยนตร์เรื่องแรกที่เขียนบทและกำกับเองเรื่อง Following ด้วยทุนสร้างเพียงน้อยนิด เป็นหนังทริลเลอร์-ฟิล์มนัวร์ ถ่ายทำด้วยภาพขาวดำ การนำเสนอเรื่องราวที่ให้ความรู้สึกลึกลับ ตัวละครมีความน่าสนใจ มีการเล่าเรื่องที่ชวนติดตาม ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ ทำให้เขามีความน่าเชื่อถือและสามารถหาเงินทุนที่มากขึ้นสำหรับการทำหนังเรื่องต่อมา

Memento (2000) เรื่องถัดมา เขายังคงเขียนบทและกำกับเอง ซึ่งได้ Guy Pearce มาแสดงนำ หนังเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มอดีตเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประกันภัย เขาบอกว่าสมองของเขาถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงทำให้เขามีความจำระยะสั้นและไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ได้ สิ่งเดียวที่เขาจำได้คือ เขากำลังตามหาฆาตกรที่ฆ่าภรรยาของเขา โดยเส้นเรื่องหนึ่งเล่าเรื่องไปข้างหน้า และอีกเส้นเรื่องหนึ่งเล่าเรื่องแบบย้อนหลัง จากเรื่องนี้เอง โนแลนได้รับการยอมรับมาก รวมถึงได้เสนอชื่อเข้าชิงทั้งออสการ์และลูกโลกทองคำในสาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกด้วย

Insomnia (2002) เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกและเรื่องเดียวที่เขาไม่ได้เขียนบทเอง เพราะเป็นหนัง remake จากหนังนอร์เวร์ชื่อเดียวกัน เป็นเรื่องราวของนายตำรวจรุ่นใหญ่ที่เดินทางไปสอบสวนคดีฆาตกรรมในเมืองพระอาทิตย์เที่ยงคืน เขาคิดว่าสาเหตุที่เขานอนไม่หลับเป็นเพราะแสงอาทิตย์ที่สาดส่องตลอดเวลา แต่ทว่าปัญหาภายในจิตใจและจิตสำนึกของเขาต่างหากที่รบกวนใจและฉุดดึงให้ร่างกายเขาทรุดโทรมจากการไม่หลับไม่นอน นี่เป็นหนังเรื่องเดียวของโนแลนด์ที่ไม่ได้เข้าชิงรางวัลในเวทีใหญ่ แต่ใช่ว่าหนังจะไม่มีคุณภาพนะ บอกได้เลยว่าเรื่องนี้ดูสนุก ทำให้ได้คิดแบบลึกซึ้ง แถมยังได้ดาราเจ้าของรางวัลออสการ์มาแสดงถึงสามคน คือ Al Pacino, Robin Williams และ Hilary Swank

นี่คือภาพยนตร์ 3 เรื่องแรกของโนแลนด์ ก่อนที่เขาจะก้าวมากำกับหนังเฟรนด์ไชน์แบทแมนและโด่งดังเป็นพลุแตก มีแฟนคลับเกิดขึ้นทุกมุมโลก ถูกยกย่องให้เป็นผู้กำกับที่มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ บทความต่อไปเราจะพาไปรู้จักกับหนังที่เหลืออีก 7 เรื่องของเขา…โปรดติดตาม