Studio Ghibli: รำลึกถึงสตูดิโอผู้ผลิตแอนิเมชันที่ครองใจผู้ชมทั่วโลก

หากกล่าวถึงสตูดิโอที่ผลิตแอนิเมชันที่โดดเด่นทั้งภาพ เนื้อหา และปรัชญาที่แฝงอยู่ในแอนิเมชัน คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Studio Ghibli สตูดิโอสัญชาติญี่ปุ่น ที่ผลิตผลงานแอนิเมชันดี ๆ ออกมามากมาย ก่อนที่จะหยุดพักไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลงานของ Ghibli นั้นไม่ได้เข้าถึงแค่ชาวเอเชีย แต่ยังโดนใจไปไกลถึงฮอลลีวูดจนผ่านเข้าชิงรางวัลออสการ์ และคว้ารางวัลมานอนกอดได้สำเร็จ

Spirit Away (2001)

หนังแอนิเมชันรางวัลออสการ์ ที่สร้างชื่อให้กับ Ghibli ผลงานของหัวเรือใหญ่ผู้ก่อตั้งสตูดิโอ Hayao Miyazaki ซึ่งถือเป็นแอนิเมชันที่สอดแทรกเรื่องราวของการเติบโตของตัวละครหลัก คือ จิฮิโระ เด็กหญิงผู้ที่กำลังจะย้ายบ้านตามพ่อแม่ของเธอ ทำให้เธอต้องย้ายโรงเรียนไปด้วย ระหว่างทางการย้ายบ้านนั้น จิฮิโระก็เกิดพลัดหลงเข้าไปอยู่ในโลกของวิญญาณ และทำให้เธอได้พบกับ ฮาคุ เด็กหนุ่มปริศนาผู้ซึ่งคอยแอบให้ความช่วยเหลือให้เธอสามารถกลับมายังโลกมนุษย์ได้ ถือเป็นแอนิเมชันที่พูดถึงการ coming of age ได้ดีมาก ๆ เรื่องหนึ่ง เพราะในระหว่างที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่ออยู่รอดในโลกที่มีแต่คน (หรือวิญญาณ) แปลกหน้านั้น จิฮิโระก็ได้เกิดการเรียนรู้ และทำให้เธอมีความเข้มแข็งมากขึ้น

Grave of the Fireflies (1988)

เป็นหนึ่งในแอนิเมชันที่ผู้คนจดจำ ด้วยเนื้อหาที่บีบหัวใจ และเนื้อเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงในยุคที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภาวะสงคราม ทำให้ความเป็นอยู่ของผู้คนมีความลำบากยากเข็ญ เด็กสองคนพี่น้องที่พ่อและแม่เสียชีวิตไป จึงต้องออกมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง หนังถ่ายทอดความไร้เดียงสาของวัยเด็ก ความโดดเดี่ยวยามขาดที่พึ่ง และความพยายามในการเอาชีวิตรอด ทำให้แอนิเมชันเรื่องนี้เรียกน้ำตาจากผู้ชมมาแล้วทั่วโลก เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ Isao Takahata ผู้กำกับระดับปรมาจารย์ ผู้ก่อตั้งอีกคนหนึ่งของสตูดิโอ ซึ่งเพิ่งจะจากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อไม่นานมานี้ แต่ถึงแม้ว่าผู้กำกับจะจากไป แต่ผลงานดี ๆ ที่เขาฝากไว้ก็จะยังคงตราตรึงใจผู้คนไปอีกนานเท่านาน

My Neighbor Totoro (1988)

โตโตโร่ ตัวการ์ตูนสีเทาตัวใหญ่ที่เป็นสัญลักษณ์ของ Ghibli นั้น ปรากฏตัวอยู่ในแอนิเมชันน่ารักสดในเรื่องนี้ หนังเล่าเรื่องราวของ ซัทสึกิ และ เม เด็กหญิงสองพี่น้องที่ต้องไปอาศัยอยู่ในเขตชนบทชั่วคราวกับพ่อของพวกเธอ ในขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล การผจญภัยของเด็กทั้งสองเริ่มขึ้น ด้วยความซุกซนของเม ที่ติดตามสัตว์ตัวเล็ก ๆ ขนสีฟ้าหน้าตาน่ารักตัวหนึ่งเข้าไปในป่าลึก จึงทำให้ได้พบกับเจ้าโตโตโร่สีเทา ผู้พิทักษ์ป่าตัวใหญ่เข้า นอกจากความอบอุ่นที่สัมผัสได้จากหนังเรื่องนี้แล้ว หนังยังสอดแทรกวิถีชนบทแบบญี่ปุ่นเอาไว้ ซึ่งดูแล้วเพลินตาเพลินใจเป็นอย่างมาก

แม้ว่าตัวสตูดิโอจะประกาศหยุดพักแบบไม่มีกำหนด แต่แอนิเมชันมากมายที่เคยสร้างสรรค์ไว้นั้นไม่เคยล้าสมัย เมื่อเอามาดูซ้ำทีไร ก็ทำเกิดให้ความรู้สึกมีแรงบันดาลใจ สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น และมองโลกในเชิงบวกได้เสมอ

 

If Cats Disappeared from the World: หนังที่ไม่ได้มีดีแค่แมว

ถ้าแมวตัวนั้นหายไปจากโลกนี้ คือชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้ หนังที่หากดูตัวอย่างเผิน ๆ ก็คงจะคิดว่าเป็นเรื่องของคนกับแมวเหมียวสุดที่รัก แต่ถ้าหากว่าได้ลองดูหนังแล้ว ก็จะพบว่า หนังไม่ได้เล่าถึงแค่ความสัมพันธ์ของคนกับแมว แต่ยังพูดถึงความสัมพันธ์ของคน ๆ หนึ่งต่อผู้คนรอบข้างที่ผูกพัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท คนรักเก่า ครอบครัว ไปจนถึงบุคคลและสถานที่ที่สร้างความประทับใจในความทรงจำ

ถ้าหากต้องแลกสิ่งของบางอย่างเพื่อต่อชีวิต

หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายขายดีเรื่องหนึ่งในญี่ปุ่น พล็อตเรื่องของหนังค่อนข้างจะหวือหวา เมื่อบุรุษไปรษณีย์หนุ่ม ที่เลี้ยงแมวชื่อว่า เจ้ากะหล่ำ พบว่าตัวเองเป็นโรคร้าย และเหลือเวลาในชีวิตอีกไม่มาก ยมทูตที่หน้าตาเหมือนตัวเขาเองทุกประการก็ปรากฏตัวขึ้นมา เพื่อยื่นข้อเสนอว่า หากต้องการต่ออายุตัวเองออกไป ต้องแลกกับการทำให้สิ่งของในโลกนี้หายไป โดยความทรงจำของเขาที่เกี่ยวข้องกับของชิ้นนั้นก็จะหายไปด้วยทั้งหมด และเงื่อนไขคือ 1 ความทรงจำ แลกชีวิตต่อไปได้เพียง 1 วันเท่านั้น ดังนั้นเราจึงได้เห็นการตัดสินใจอย่างยากเย็นของตัวละคร ในการที่จะตัดสินใจให้สิ่งของอะไรซักอย่างหายไป ซึ่งเมื่อตัดสินใจเลือกสิ่งที่คิดว่าไม่น่าจะสำคัญแล้ว ก็กลับพบว่าจริง ๆ แล้วมันสำคัญมาก ก็เมื่อตอนที่มันหายไปแล้วนั่นแหละ เข้าทำนอง “เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อสูญเสียมันไป”

สิ่งของเชื่อมโยงความทรงจำ

หากมันเป็นเพียงแค่สิ่งของธรรมดา ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในความทรงจำ เราอาจไม่ได้จดจำมันมากนัก แต่เมื่อใดที่สิ่งของนั้นเชื่อมโยงกับความทรงจำในอดีตแล้ว คุณค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นในทันที อย่างเช่นโทรศัพท์ อันเป็นสื่อที่ทำให้พระเอกของเราพบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง, หนัง ที่เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงเขากับเพื่อนสนิท, นาฬิกา ที่เชื่อมเขากับพ่อ, ไปจนถึง เจ้ากะหล่ำ เจ้าแมวน่ารักที่ทำให้เขานึกถึงแม่อยู่เสมอ ดังนั้น เมื่อของสำคัญเหล่านี้จะต้องหายไปจากความทรงจำ ความโหวงเหวงว่างเปล่าภายในใจก็ย่อมเกิดขึ้น เมื่อหนังดำเนินเรื่องเข้มข้นขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงตอนท้ายเรื่องแล้ว ก็พบว่าน้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ถือเป็นหนังอีกเรื่องที่มีการเล่นกับเรื่องราวความทรงจำ กับความรักความสัมพันธ์ได้อย่างน่าสนใจ และพูดถึงความรักของคนเป็นพ่อและแม่ได้อย่างสุดซึ้ง จึงพูดได้เต็มปากว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังสำหรับทาสแมวเท่านั้น แต่เป็นหนังที่กินใจ เข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าใครดูเป็นต้องซาบซึ้งจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยล่ะ