Love, Simon หนังวัยรุ่นใส ๆ ที่ทำให้เราร่วมลุ้นไปกับไซม่อน

Love, Simon เป็นหนังที่มาจากหนังสือสายวายขายดีของ Becky Albertalli ชื่อเรื่อง “Simon vs. the Homo Sapiens Agenda” ซึ่งได้ผู้กำกับภาพยนตร์หน้าใหม่อย่าง Greg Berlanti ซึ่งก่อนหน้านี้มีผลงานร่วมเขียนบทภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่องมานั่งแท่นกำกับ ในส่วนของทีมนักแสดงก็ขนดาราดัง ๆ มาร่วมแสดง อาทิ Nick Robinson, Katherine Langford, Jennifer Garner, Josh Duhamel, Alexandra Shipp ซึ่งเนื้อหาจะสนุกและสร้างความสุขให้คนดูแค่ไหน ต้องลองไปดูกัน

เนื้อหามันเป็นยังไง

เป็นเรื่องราวของไซม่อน สเปียร์ (แสดงโดย Nick Robinson) หนุ่มมัธยมปลายที่ตกหลุมรักกับเด็กหนุ่มโรงเรียนเดียวกันที่ใช้นามแฝงว่า Blue ซึ่งประกาศตัวผ่าน blog ของโรงเรียนว่าเขาเป็นเกย์ ไซม่อนได้ติดต่อ Blue ผ่านทางอีเมล โดยไซม่อนเองก็ใช้นามแฝงว่า Jacques เมื่อคุยกันผ่านอีเมลนานวันยิ่งมั่นใจว่าชอบผู้ชายคนนี้ แต่ปัญหาอยู่ที่ไซม่อนไม่รู้ว่า Blue คือใคร เขาจึงพยายามสืบให้รู้ จนกระทั่งวันหนึ่งมาร์ตินเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังแอบชอบแอ๊บบี้เพื่อนของไซม่อน ได้บังเอิญเห็นอีเมลที่ไซม่อน ส่งถึง Blue มาร์ตินจึงเอาเรื่องอีเมลและเรื่องที่ไซม่อนเป็นเกย์มาแบล็คเมล์ ซึ่งถ้าไซม่อนไม่อยากให้มาร์ตินเอาเรื่องไปบอกคนอื่น ไซม่อนต้องช่วยมาร์ตินจีบแอ๊บบี้ ในช่วงเวลานั้นไซม่อนเองก็พยายามจะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ให้พ่อแม่และเพื่อนสนิทได้รู้ แต่เขายังไม่มีความกล้าพอ มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาลงท้ายจดหมายในอีเมล์ว่า Love, Jacques นั่นแสดงว่าถึงแม้ไซม่อนจะรู้ว่าตัวเองชอบ Blue แต่เขาก็ยังไม่กล้าบอกออกไปว่าเขาคือคนเดียวกับ Jacques จุดไคลแมกซ์ของเรื่องคือ มาร์ตินติสต์แตกประกาศผ่าน Blog ว่าไซม่อนเป็นเกย์ จึงนำมาซึ่งการตัดสินใจครั้งสำคัญของไซม่อน และเป็นการตัดสินใจเปลี่ยนคำลงท้ายจดหมายจาก Love, Jacques เป็น Love, Simon อีกด้วย

ตรงไหนเรียกว่าวัยรุ่นใส ๆ ตรงไหนที่เรียกว่าหนังเกย์

เพราะหนังเดินเรื่องแบบสบาย ๆ เนื้อหาเบา ๆ ในส่วนของปมของพระเอกที่เก็บความลับเรื่องตัวเองเป็นเกย์ ซึ่งเป็นเรื่องหนักและกดดันของไซม่อนนั้น ดูบางเบาขึ้นเยอะเพราะได้ความฮาของบรรดาเพื่อนที่โรงเรียนมาช่วย บวกกับพ่อแม่ของไซม่อนก็ดูเข้าอกเข้าใจลูกเป็นอย่างดี ในขณะที่เราเอาใจช่วยไซม่อนให้กล้าเปิดเผยตัวตน อีกด้านหนึ่งเราก็อดลุ้นตามไม่ได้ ว่าใครคือ Blue เพราะจะมีหนุ่มรูปหล่อหลายที่คนที่เป็นผู้ต้องสงสัย และแต่ละคนก็มักจะมีโมเมนต์น่ารัก ๆ ชวนจิ้นอย่างอดไม่ได้ ซึ่งตอนเฉลยว่าบลูเป็นใคร หลายคนอาจจะคาดไม่ถึง หรืออาจจะมีผิดหวังกันนิดหน่อยเพราะไม่ตรงกับคนที่เราเชียร์อยู่นั่นเอง แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีความเกย์จ๋าและไม่ได้ให้อารมณ์หนังชายรักชายจริงจังอะไรปานนั้นนะ แต่มีความเป็นหนังโรแมนติกคอมเมดี้เอามาก ๆ ถือว่าเป็นหนังรอมคอมที่ต้องดูของปี 2018 เลยทีเดียว

อย่าให้คำกล่าวขานที่ว่า “Love, Simon เป็นหนังเกย์” มาทำให้คุณพลาดหนังดี detail ดี ๆ Feeling good good เรื่องนี้เชียว เป็นหนังโลกสวยที่จบได้แฮปปี้และดีต่อใจมาก ๆ ถือได้ว่าเป็นตอนจบในอุดมคติของเกย์ที่ยังไม่กล้าเปิดเผยตัวตนเลยล่ะ

Comments are closed.