Insomnia ภาพยนตร์ลำดับที่สามของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ (ตอนที่ 1/2)

Insomnia (2002) ชื่อไทย เกมเขย่าขั้วอำมหิต เป็นหนังลำดับที่สามของคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ถัดจาก Following (1998) และ Memento (2000) ซึ่งใครจะรู้บ้างว่าหลังจากคริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ทำหนังเรื่องนี้แล้วเขาได้จะกลายเป็นผู้กำกับแถวหน้า และทำหนังฟอร์มใหญ่ รายได้สูง และล้วนแต่เป็นหนังดังหนังขึ้นหิ้งทั้งนั้น ได้แก่ Batman Begins (2005) The Prestige (2006) The Dark Knight (2008) Inception (2010) The Dark Knight Rises (2012) Interstellar (2014) และ Dunkirk (2017)

Insomnia เปิดเรื่องภาพหยดเลือดสีแดงบนเนื้อผ้าสีขาว วงสีแดงของเลือดค่อยๆ แทรกซึมไปตามเส้นใยผ้าและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ (เหมือนเป็นสัญลักษณ์บางอย่างที่คนดูเชื่อว่าจะต้องเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องของหนังแน่ ๆ) ภาพขยับออกมาเห็นชายคนหนึ่งจากทางด้านหลัง เขากำลังถูไถรอยเลือดบนแขนเสื้อ (ตรงนี้เอง ก็ทำให้คนดูเชื่อว่า นี่คงเป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เป็นเหตุการณ์สำคัญ แต่ถูกทิ้งให้เป็นปริศนา เพื่อที่จะเฉลยในตอนท้าย) จากนั้นหนังถึงได้เริ่มเดินเรื่องตามปกติ โดยมีเนื้อเรื่องโดยย่อคือนักสืบวิลล์ ดอร์เมอร์ (Al Pacino) จากกรมตำรวจลอสแองเจอลิส พร้อมกับคู่หูของเขา ได้ถูกส่งมาสอบสวนคดีฆาตกรรมเด็กสาววัยรุ่นอายุ 17 ปีที่เมืองอลาสกา ซึ่งเป็นเมืองที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน (ในเวลากลางคืน ก็ยังสว่างราวกับไม่ใช่กลางคืน) ในช่วงเวลาเดียวกันดอร์เมอร์และคู่หูถูกกองกิจการภายในของตำรวจสอบเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหน้านี้ของเขา ที่อาจมีความผิดพลาดและไม่ถูกต้อง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงคนร้ายที่เขาเคยจับเข้าคุกจะถูกปล่อยออก รวมทั้งจะกระทบกับหน้าที่การงานและชื่อเสียงที่เขาได้สั่งสมมา ดอร์เมอร์จึงไม่คิดจะยอมรับความผิดพลาดนั้น ในขณะคู่หูไม่สนใจเรื่องคนร้ายจะถูกปล่อยและพร้อมจะสารภาพความจริงเพื่ออนาคตการงานของเขาเอง เมื่อดอร์เมอร์มาถึงเมืองพระอาทิตย์ไม่ตกดินคืนแรกเขามีปัญหากับการนอนหลับ (ภาพเด็กสาวที่ถูกฆาตกรรม ภาพรอยเลือดและภาพผู้ชายถูไถเลือดบนแขนเสื้อถูกฉายแทรกเข้ามาในความคิดของเขา) เขาสอบสวนคดีร่วมกับตำรวจท้องถิ่นและคดีมีความก้าวหน้าจนสามารถติดตามคนร้ายไปในกระท่อมกลางป่า อาจเป็นอุบัติเหตุหรืออาจเป็นความตั้งใจ…ดอร์เมอร์ยิงคู่หูของตัวเองเสียชีวิต แต่เขาบอกตำรวจที่ไปด้วยกันว่าเป็นฝีมือคนร้าย (คืนต่อมาเขายังมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ และภาพที่ฉายแทรกในความคิดของเขายังคงเป็นภาพเด็กสาว รอยเลือดและภาพผู้ชายถูไถเลือดบนแขนเสื้อ และเพิ่มเติมคือภาพคู่หูของเขา)

แม้ว่าดอร์เมอร์ค่อนข้างเจอกับปัญหาหนัก แต่เขายังรักษามาตรฐานนักสืบมือดี เขาแกะรอยคนร้ายจากข้าวของของผู้ตาย จนกลางเรื่องคนร้ายถึงได้ปรากฏตัว เขาเป็นนักเขียนท้องถิ่น ชื่อวอลเตอร์ ฟินซ์ (Robin Williams) ซึ่งโทรศัพท์มาเล่นสงครามประสาทกับดอร์เมอร์ ฟินซ์บอกว่าเขาเห็นดอร์เมอร์ยิงคู่หูของตัวเอง แต่กลับบอกตำรวจว่าเป็นฝีมือคนร้าย ฟินซ์จึงใช้ข้อมูลนี้มาแบล็คเมล์ดอร์เมอร์ เพื่อแลกกับการโยนความผิดในคดีฆาตกรรมสาววัยรุ่นให้คนอื่นเป็นแพะไป

ดอร์เมอร์ นายตำรวจที่พยายามปกปิดความผิดพลาดบางอย่างจากการตรวจสอบของกองกิจการภายใน ด้วยเหตุผลที่เขาเกรงว่าหากยอมรับผิดแล้ว จะทำให้คนร้ายที่เขาเคยจับ ถูกปล่อยออกมาเป็นอิสระ ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมและเขายอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด ในขณะที่เขาเองกำลังปกปิดเรื่องที่ตัวเองเป็นคนยิงคู่หู และต้องร่วมมือกับคนร้ายในการโยนความผิดให้คนบริสุทธิ์ ซึ่งก็เป็นเรื่องไม่ยุติธรรมและถือเป็นความเลวร้ายมากในความคิดของเขา ในบทความตอนต่อไป เราจะวิเคราะห์ความคิดของดอร์เมอร์ให้ลึกซึ้งมากขึ้น…โปรดติดตาม

Comments are closed.