Jumanji: Welcome to the Jungle การกลับมาของหนังผจญภัยสุดมันส์

สมัยเด็กๆที่ใครๆที่เคยเล่นพวกเกมตลับ แนวผจญภัยในป่าเก็บของทำภารกิจนู่นนี่แล้วละก็ เรื่องนี้เหมือนกับทำให้เราอยากลองเล่นจริงๆขึ้นมา จูแมนจี้ 2 ปี 2017นี้เอง โดยภาคก่อนนั้นเป็นเกมกระดานที่จะมีพวกสัตว์ ต้นไม้ต่างๆ ออกมาในโลกความเป็นจริง แล้วต้องเล่นให้จบ ทั้งหมดจึงจะหายไป ซึ่งมาในภาค2นี้เอง เปลี่ยนจากเกมกระดานเป็นเกมตลับแบบเก่าๆแทนนั่นเอง

เรื่องย่อมีอยู่ว่ามีเด็กที่แตกต่างกันทั้ง 4 นิสัย เป็นคาแรคเตอร์ ที่ถ้ามานึกถึงความเป็นจริง ไม่สามารถมาอยู่ร่วมกันได้เลย ได้ถูกทำโทษให้มาทำความสะอาดบำเพ็ญประโยชน์ในห้องเก็บของเก่าๆ แล้วได้บังเอิญไปเยอะเกมตลับเก่าๆ ขึ้น ด้วยความเป็นเด็กก็เลยลองเล่นเกมแล้วได้ถูกดูดเข้าไปในโลกของเกม จูแมนจี้ โดยที่ตัวเองกลายเป็นคาแรคเตอร์ในเกมที่เราเลือกไปนั่นเอง ทั้ง4คนต้องผจญภัยในป่า กันตามลำพัง ซึ่งต้องเล่นให้จบ ถึงจะสามารถออกมาจากเกมได้นั่นเอง

คาแรคเตอร์ของเด็กทั้ง4คน (ก่อนจะถูกดูดเข้าไปในเกม) มีความแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว พระเอกของเรา สเปนเซอร์ เด็กเนิร์ด ผู้กลัวทุกสิ่งอย่าง  ฟริดจ์ หนุ่มผิวสีนักกีฬา ที่จะคอยแกล้ง สเปนเซอร์ตลอด เบธานี สาวฮอต ติดโซเชียล เน็ตเวิค จนไม่สนใจคนรอบข้าง และมาร์ธา ที่ชอบตัดสินผู้อื่นและขวางโลกสุดๆ แต่เมื่อถูกดูดเข้าไปในเกม ทั้งสี่คนก็ได้ไปอยู่ในร่างอวาตารของคาแรคเตอร์ที่เราเลือกไป ได้แก่ ดร.เบรฟสโตน ที่มีจุดเด่นคือพละกำลัง ที่แข็งแกร่ง เมาส์ ฟินบาร์ นักสัตว์วิทยา ผิวสีที่คอยแบกของตลอดเวลา ศาสตราจารย์โอเบรอน นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญแผนที่  และรูบี้ ราวน์เฮาส์ สาวแสบที่มีความร้ายกาจในตัว ทั้ง4คนมีภารกิจในการฝ่าฟันอันตรายจากสัตว์ป่า เพื่อนำอัญมณีจากัวร์อายไปคืนไว้ที่เดิม โดยมี แวนเพลท์ ศัตรูตัวร้ายที่จะคอยขัดขวางและไล่ล่าเอาอัญมณีมาครอบครองเอง พวกเด็กๆจึงต้องร่วมมือกันเพื่อจบเกมนี้

สำหรับการดำเนินเรื่องจะค่อยๆเล่าเรื่องไปตามเกม ตัวละครในเกมเองหรือที่เราเรียกกันว่า NPC (Non Player Character) คีปคาแรคเตอร์ไว้เหมือนเกมจริงๆ ก็คือ เวลาเราไปคุยอะไรกับnpcในเกม ก็จะพูดออกมาเหมือนเดิมตลอดเวลา และเสียงเพลงในเกมที่เมื่อเราได้ยิน บางเสียงเราจะรับรู้ได้ทันทีว่าต้องมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นมุขตลก ของคนเล่นเกมจะรู้กัน ฉากแอคชั่นต่างๆอาจจะไม่ได้บู๊กันมากอย่างที่คิด แต่ก็สร้างความตื่นเต้นได้เรื่อยๆ ส่วนตัวร้ายนั้นซึ่งเป็น NPC ที่บทบาทจะน้อยนัก แทบไม่ค่อยเห็นความสามารถอะไรมากเท่าไหร่ อารมณ์ประมาณว่า เกมต้องการให้เอาหินไปคืน ไม่ได้บอกให้ปราบบอสก่อนนั่นแหละ

สุดท้ายนี้เรื่องมันไม่ได้มีแค่ความสนุกอย่างเดียว แต่ยังมีข้อคิดที่ได้จากคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันไปเด็กทั้ง4 คนที่มีความแตกต่างก็ได้ข้อคิดต่างกันไป เปลี่ยนนิสัยเพื่อสามารถอยู่ร่วมกันกับคนอื่นได้อยู่ที่เราจะเก็บข้อคิดอะไรได้จากหนังเรื่องนี้บ้าง

 

Comments are closed.